banner
498
ศุกร์ ที่ 19 เดือน มีนาคม พ.ศ.2564 แก้ไข admin

โควิด-19 เด็กเร่ร่อน ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง (ตอนที่ 3 คนไร้บ้าน)

 

นางสาวทองพูล   บัวศรี

ผู้จัดการโครงการครูข้างถนน  มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก

          ปลายเดือนมีนาคม 2563  ทางโครงการครูข้างถนน และโรงเรียนก่อสร้างเคลื่อนที่ต้องปรับงานให้เป็นเนื้อนาอันเดียวกันเพราะต้อการพลังในการทำงาน   เมื่อปรับงานเพื่อคงพื้นที่ในการทำงานของทั้งสองโครงการไว้  เพราะต้องดูแลกรณีศึกษาที่ทางโครงการอย่างต่อเนื่อง  เพราะเป็นพื้นที่กลุ่มเสี่ยง ที่จะออกมาบนท้องถนน  และคนเหล่านี้ต้องเผชิญความอดอยาก  เพราะไม่มีรายได้เข้า   ด้วยหลายเหตุผล  ครูเลยต้องพูดคุยปรับความเข้าใจในทีมงานว่าพวกเราจะลุยไปด้วยกัน  เพราะมันคือโอกาสทอง ที่ให้โอกาสพวกเราได้ทำงาน

          งานของทั้ง 2 โครงการ ต้องเป็นหลัก  เน้นที่กลุ่มเป้าหมายต้อง “ให้รอดปลอดภัย” ไปด้วยกัน  ต้องมีกิน ไม่ให้อดอยาก  เพราะว่างานนี้โรงเรียนก็ปิดยาว  แต่สำหรับครูมีอีกกลุ่มที่น่าเป็นห่วงอย่างมาก คือกลุ่ม “คนไร้บ้าน/คนเร่ร่อน”  พร้อมกับไม่ให้อยู่ในพื้นที่เขตพระนคร  มีการประชุมในคณะทำงาน ช่วยคนไร้บ้านช่วงโควิด มาจากหลายหน่วยงานมาประชุม แบบ ช่วยในการทำงาน  โดยแต่ละหน่วยงานมีหน้างานของตัวเองอยู่แล้ว

 

          สำหรับการลงพื้นที่ ที่จะแบ่งปันสิ่งของ ซึ่งได้แก่ มาม่าซอง/มาม่าคัพ/ขนมเป็นชิ้น น้ำยาสระผม/สบู่/นมประมาณ 6 กล่อง/น้ำเปล่า  มีเสื้อยืด หรือผ้าเช็ดตัว/ผ้าเช็คหน้า  ใส่ในถุงผ้า เป็นต้น  เริ่มต้นการลงพื้นที่ ได้แก่ 

          พื้นที่ ถนนสุขุมวิท/อโศก/พร้อมพงษ์/ สำโรง  โดยเริ่มต้นตั้งแต่ ถนนสุขุมวิท 1 ที่ลงทางด่วน ใช้รถกระบะวิ่ง  ซึ่งเป็นถนนสุขุมวิท เลขคี่  วิ่งไป  แล้วกลับรถที่ใต้สะพานตลาดสำโรง   รถจะวิ่งมาสุขุมวิท เลข คู่  วิ่งต่อไปจนถึงหน้าสยามพารากอน   ถุงยังชีพจะต้องเตรียมแบบแบ่งปัน  อย่างน้อยเส้นทางสุขุมวิท จำนวน 100-120 ชุด  เพราะบางครั้งจะเก็บตกกับคนไร้บ้านที่หน้าโรงแรมเอเชีย  เส้นอนุสาวรีย์ (ใต้สะพานลอยทางขึ้นสถานีรถไฟฟ้า   เวลาที่แบ่งปันทางทีมงานสามารถ จัดแบ่งเป็นกลุ่มต่างๆที่มาอาศัย ถนนสุขุมวิท 

          -กลุ่มคนไร้บ้าน ที่มาจากพื้นที่อื่น  แต่มาอาศัยนอนหรือมาหากิน (โดยการขอทาน)  บางครั้งก็มีสัตว์เลี้ยงมาด้วย  อาศัยนอนที่เกาะกลางถนน  ซึ่งมีสภาพที่มืดพอสมควร  ส่วนมากที่พบ คือจะมีรถซาเล้งที่บรรจุไปด้วยข้าวของเครื่องใช้ ทั้งที่นอน ขยะที่เก็บมา จนถึง ของกินของใช้ที่ได้มาหรือ  เป็นสิ่งของมือสอง มือสาม ที่มีทั้งผ้าห่ม ที่นอน เสื้อผ้า จนถึงถังน้ำที่บรรจุน้ำไว้ดื่มกิน คนเหล่านี้จะมีการเคลื่อนย้ายตลอดเวลา  สถานที่ไหนที่เหมาะสมคนเหล่านี้จะเลือกอยู่นาน

 

          -กลุ่มหญิงขายบริการ  โดยเฉพาะ ตั้งแต่ ซอย 3 จนถึงซอย 11  จะมีหญิงสาวออกมาเดินทั้งช่วงกลางวัน และกลางคืน  ด้วยความสามรถพิเศษของคนกลุ่มนี้ ก่อนเกิดโรคโควิด-19  บางคนเป็นอาสาสมัครช่วยงานครูด้วย  แต่หลังจากการเกิดโรคโควิด-19  คนกลุ่มนี้ได้รับผลกระทบก่อนเป็นกลุ่มแรกเลย  เพราะนักท่องเที่ยวไม่มีเลย  ปัจจุบันคนเหล่านี้บางคนบอกว่า  “นั่งขอทาน” ก็เอาเพื่อให้ชีวิตมันอยู่รอดไปก่อน

          -กลุ่มเด็กเร่ร่อนวัยรุ่น  ส่วนมากจะไปนอนพักอาศัยที่ใต้ทางด่วน  บางครั้งก็อพยพย้ายกันไปที่สีลม ซอย 1  แต่เมื่อไม่มีนักท่องเที่ยว  เด็กเหล่านี้ก็ย้ายมาสิงสถิตที่ซอยเพชรบุรี 37  เพราะมีบ้านร้างอยู่ เหมาะสำหรับการพักอาศัย  เมื่อมีการส่งเสียงดังตำรวจก็จะไปเยี่ยมเยียนเป็นครั้งคราว  ในแต่ละสถานที่จะพักกันประมาณ เดือนหนึ่งแล้วก็ย้าย  ส่วนมากเมื่อเด็กหิวก็จะมาร่วมตัวกันที่ใต้ทางด่วน   หรือบางครั้งที่เด็กออกไปเก็บขยะที่เหลือจากถังขยะมาแบ่งปัน

          -กลุ่มคนไร้บ้านที่ใช้ชีวิตเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เหล้า  มีจำนวนไม่น้อย  เมื่อครูเข้าใกล้มีกลิ่นเหล้าออกมาจากปากเขาเหล่านั้น   แต่ก็ยังมีความสุขอยู่บนท้องถนน

 

          -กลุ่มผู้สูงอายุ  ทั้งหญิงและชายจำนวนมากที่ออก “ขอทาน”   ขออาหารจากบุคคลที่เดินผ่าน-ไปมา  ผู้สูงอายุบอกว่าช่วงโควิด-19  พวกเขาอดกันทุกคน  อยู่บ้านในบ้านพักก็เครียด  สู้ออกมาบนถนนถึงจะอดอย่างไรก็ยังพอมีกินในแต่ละวัน  ทำให้ชีวิตที่เหลืออยู่ไม่เหมา/ไม่ซึมเศร้า  สำคัญสุดคือยังมีบุคคลรอบข้างที่ยังมีชีวิตอยู่

          -กลุ่มผู้ป่วย  ต้องบอกว่าตั้งแต่เดือนมีนาคม ถึง เดือนธันวาคม  2563   ผู้ป่วยที่พบเจอบนท้องถนน  มีทั้งผู้ป่วยเรื้อรัง  เช่น วัณโรค/โรคเอดส์/โรคเรื้อน  คนเหล่านี้ออกมาใช้ชีวิตบนถนน  ด้วยการ “ขอทาน”

          มีกลุ่มผู้หญิงที่ป่วยสุขภาพจิตจำนวน ไม่น้อยกว่า 15 คน ที่พบเจอบนท้องถนน  ซึ่งกลุ่มนี้ต้องได้รับการดูแล รักษาอย่างต่อเนื่อง  เพราะปล่อยอยู่บนท้องถนนก็จะถูกเอาเปรียบทั้งร่างกายและจิตใจตลอดจน  การปล่อยปะละเลย  ให้คนเหล่านี้เข้าไม่ถึงสิทธิขั้นพื้นฐานในด้านสาธารณะสุข

          เฉพาะพื้นที่บนท้องถนนสายสุขุมวิท สายเดียว  กลุ่มคนไร้บ้านมีจำนวนมาก  การแบ่งปันสิ่งของที่พอบรรเทาให้รอดปลอดภัยไปด้วยกันจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก