banner
663
อังคาร ที่ 11 เดือน กรกฏาคม พ.ศ.2560 แก้ไข admin

ผมเกิดมาทำไม......



 
นางสาวทองพูล  บัวศรี

ผู้จัดการโครงการครูข้างถนน  มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก

 

          ครูครับทำไม  !! ครูให้ขนมผมกินด้วย

          ทำไมครูใจดี  พี่ๆ เขาก็ใจดีด้วย

          ชีวิตผมเกิดมาไม่มีใครเขาเรียกกินนม ขนม เลย

          ไอ้เพื่อนพวกนี้ของผม  มันก็อดเหมือนผมเหมือนกัน

          ครูไม่กลัวหรือ!!  ซอยนานา

          ซอยแห่งการอยู่ด้วยกันล่อลวงนะครู

          ต่างคน ต่างมีผลประโยชน์ด้วยกัน

          ครูไม่รู้หรอก  ครูแค่มาช่วย  ครูมาแบ่งปัน  หน้าที่ครู 

          ครูเคยตั้งคำถามว่าชีวิตเกิดมาทำไมไหม....

          นายตุ่น....ครูโชคดีที่ได้เกิดมาบนโลกใบนี้  ครูได้มีโอกาสทางการศึกษา ความลำบากทุกอย่าง ครูเผชิญมาหมดแล้ว  ไม่มีข้าวกิน 11 ชีวิตกอดคอกันร้องไห้   ครูผ่านมาหมดแล้ว  ลูกไม่มีพ่อก็เจ็บปวดแสนสาหัส

          แต่ครูตั้งใจอย่างมาก ตุ่น.....ทุกชีวิตไม่เหมือนกัน  ถูกลิขิตไว้แล้ว   แต่เราโชคดีที่ยังได้มีโอกาสได้ชีวิตบนโลกใบนี้

          แต่ตุ่น...โชคดีที่แม่รักเรา ให้ตุ่น...ได้ออกมาอยู่กับพี่สาว  แม่ก็มีชีวิตของแม่ 

          ส่วนพี่สาวก็ต้องทำงานร้านนวด  จะเอาเราไปอยู่ด้วยก็ไม่ได้....

          แต่ตุ่นโตแล้ว....เป็นลูกผู้ชายด้วย  ต้องปกป้องดูแล  

          ครูครับ...ชีวิตผมมันบัดซบ....  อย่าคิดแบบนั้น  โชคดีที่ได้มีชีวิต...

          ดูเด็กๆ  ที่แม่ไปทำแท้ง....เขาไม่มีโอกาสเกิดด้วยซ้ำ....แต่ความรักของแม่จะเหตุผลอะไรก็ตาม  แม่อุ้มท้องมาตั้ง 9 เดือนนะ  เลี้ยงดูมาตลอดจนตุ่นโตมาจนวันนี้  ตุ่น..ตุ่นโชคดีที่ได้มีชีวิตมายืนเถียงกับครู   ก่อเรื่องปวดหัวให้พี่สาว  มานั่งรำพึ่งรำพัน...มีโอกาสได้เห็นความเป็นไปของสังคม


          ชีวิตของตุ่น....ครูอยากรู้ไปทำไม  

ครูอยากรู้เป็นที่สุด....ไม่อยากรู้จะมานั่งเฝ้าเธอทำไม....

ชีวิตของตุ่น..เป็นบทเรียนให้กับน้องๆ คนอื่นได้

ยิ่งตุ่นมีงานทำ  มีครอบครัว  ตั้งใจทำงาน   ตุ่นคือตัวอย่าง น้องๆ ที่อยู่ด้วยกันอีก 7 คน เลยนะ  เท่ห์แค่ไหน  ลองคิดดูซิตุ่น...

ชีวิตของตุ่น...มีเรื่องตั้งแต่แรกเกิดมาเลยครู  แม่ตุ่นเอาตุ่นไปฝากเลี้ยงกับคนโรฮิงยาที่รับเลี้ยงเด็กซอยร่วมฤดี   ช่วงแรกแม่จ่ายเงินเขาตรงเวลา   แล้วปีกว่าแม่ก็หายไปจากซอยนานา  ตุ่นกับพี่สาวก็ต้องอยู่กับคนเลี้ยง  แต่ช่วยกันทำงานตั้งแต่การขายดอกไม้  การขอทาน  เพื่อผ่อนภาระกับคนเลี้ยง  พวกเราเรียกว่ายาย    ยายก็ทำงานรับจ้างซักผ้า รับจ้างเลี้ยงเด็ก  มาเป็นค่าอาหาร  ยายจะให้เราได้มีกินครบทุกมื้อ  บางครั้งอาหารอย่างเดียวกินไปสามวัน  ยายบอกว่ามีให้กินดีกว่าอดตาย   ค่าดอกไม้กับเงินขอทานที่ได้มา จะกลายเป็นค่าเช่าบ้านในแต่ละเดือน

ยายเป็นคนตัวเล็ก ตาลึก ผมหยักศก เสียงดังมากเวลาด่า หรือไม่พอใจใคร  แต่ยายเป็นคนใจดีมาก  เด็กที่ยายเลี้ยงมีขนมกินกันตลอดเวลา  สอนให้เด็กๆ ที่แกเลี้ยง อาบน้ำเอง ซักเสื้อผ้า ถูบ้าน  หรือบางครั้งสอนทำขนมแบบพม่า  ทำโรตี  ขนมมีกินทุกวันไม่มีอด   คนที่เลี้ยงจนโตหลายคนจะหอบหิ้วขนมมาฝากแกเสมอ  

เป็นชาวโรฮิงยารุ่นที่สอง ที่เติบโตในประเทศไทย  แกไม่มีบัตร ไม่มีเอกสาร  แต่เป็นคนที่คนในชุมชนร่วมฤดีให้ความเคารพแก่มาก   แกช่วยเหลือเลี้ยงดูเด็กเกือบทั้งชุมชน   ด้วยตัวแกไม่มีครอบครัว  แกจึงช่วยดูแลเด็กๆ  มีเด็กคนหนึ่งที่เป็นผู้หญิงแก่เลี้ยงมาตั้งแต่แรกเกิด  ตอนนี้ผู้หญิงคนนี้แต่งงานกับชาวตะวันออก แล้วมีร้านนวดที่ซอยนานา  สร้างงานให้กับเด็กคนอื่นที่เป็นอาชีพได้ รายได้ดี  ผู้หญิงคนนี้รักแก่มากอยากให้ไปอยู่ด้วย  แก่บอกว่าชีวิตแก่ยังเป็นประโยชน์กับคนอื่น  อยู่เพื่อช่วยเด็ก ที่แม่มันทิ้งให้เป็นผู้เป็นคน  

พอถึงเวลาเข้าเรียน  พี่สาวตุ่นได้เรียนถึงแค่ ป.สาม เท่านั้น  ก็ออกมาไปอยู่กับแม่ที่พัทยา  แม่กลับมารับ พร้อมกับเอาให้ยาย ห้าพันกว่าบาท  แต่แม่หายไปเกือบห้าปี  ยายไม่ว่าอะไร  บอกว่าโตแล้วจะเอา  ก็เอาไปเถิด   แม่จึงรับพี่สาวไปอยู่ด้วย  รับไปก็ไม่ได้ให้เรียนหนังสือต่อ  เอาพี่สาวไปเฝ้าร้านขายของชำที่ตึกแถว  สุดท้ายพี่สาวก็เริ่มมีแก๊งเพื่อน เที่ยว

แม่ไล่กลับมาอยู่กับยาย  ยายก็กลัวจะเสียเด็กสาว  ยายบังคับให้ไปเรียนนวดที่วัดโพธิ์  ยายไปเรียนด้วย สุดท้ายเอาพี่สาวมาฝากไว้กับร้านพี่ไจ    พี่สาวจึงมีงานทำมาอย่างต่อเนื่อง  พี่สาวทำได้สัก สองปี

แม่มารับอีกแล้ว  แม่เปิดร้านนวดที่พัทยา  ได้สามีคนใหม่ ให้พี่สาวไปดูแล การจัดตารางคนนวด  จนพี่สาวพบกับแฟน  จึงออกจากแม่ไปอยู่กับแฟน  สุดท้ายก็เลิกกัน  ยายบอกว่าถ้าไม่พร้อมอย่ามีลูกเด็ดขาด   กินยาคุมไว้ก่อน  ถ้ามีลูกเดี๋ยวผู้ชายก็ทิ้ง


ท้ายสุดพี่สาวเลิกกับแฟน  กลับมาอยู่ร้านนวดพี่ไจเหมือนเดิม

ชีวิตผมไม่เหมือนพี่สาวครับ   ผมมันเกเร....คิดว่าตัวเองเก่ง และเอาตัวรอด

เริ่มตั้งแต่ยายเอาผมไปฝากเรียน  ทั้งที่ไม่มีเอกสาร  แต่โรงเรียนก็ให้ผมเรียน จนถึงชั้นประถมศึกษาปีที่สอง ช่วงนั้นอายุสิบปี   ผมไม่เรียน เดินเที่ยวไปเรื่อย  มีเพื่อนวัยเดียวกันหกคน เป็นพวกคนไทย ผิวพรรณแบบนิโกร  อีกคนลูกครึ่งฝรั่ง  ผมมันหยิก ตัวขาว  พวกผมเรียกว่าไอ้เผือก  ทั้งสองคนที่ซี้กันมาก มาก  มันอยู่ในสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกว่า เจ็ดปีแล้ว  ยังหาพ่อเด็กไม่เจอ  แม่มันหายไปจากซอยนานาหลายปีแล้ว

เมื่อผมออกเร่ร่อนไปตั้งแต่พระโขนง ประตูน้ำ สยาม  มาบุญครอง แล้วซอยนานา  มันเป็นถิ่นของพวกผมครับ  มันคือบ้านเกิด  หลับตาเดินยังได้ทุกซอกทุกมุมของซอย

อายุสิบเอ็ดปี  ผมถูกเชิญด้วย รถสีชมพู ใครๆ ก็กลัว   ในซอยนานา จึงไม่ไว้ใจใครเลย  เพราะมีหลายกลุ่มออกมาหากินทั้งคนไทยและคนต่างด้าว  แต่ที่ใครๆ ชอบพูดว่ามีการค้ามนุษย์ ไม่มีหรอก  ทุกคนยินดีช่วยครอบครัวของเขาทั้งนั้น  อยากให้ครอบครัวมีกินมีอยู่เหมือนคนอื่นเขาบ้าง  แต่พวกผมมันจนจะเอาอะไรไปเลือกงาน  ตัวผมเองเอกสารก็ไม่มี  จนทุกวันนี้ผมยังไม่รู้เลยว่าใครคือพ่อผม  ถามใคร ใครก็เงียบ 

ผมก็เลยเงียบบ้าง  แต่ใจมันอยากรู้นะครู

อย่างที่ครูพูด ว่า “ลูกไม่มีพ่อ มันเจ็บปวด”  แต่ผมถามถึงพ่อทีไรเงียบหมดทุกคน 

ผมถูกส่งเข้าไปอยู่สถานสงเคราะห์ของรัฐสองปี  ไม่ได้เรียนกับเขาหรอกเพราะไม่มีเอกสาร จนกระทั้งยายไปขอรับตัวมา  โดยเอาแม่ไปยืนยัน  ผมก็ถูกปล่อยตัวมา  แม่บอกว่าต้องไปอยู่พัทยากับเขา  ผมเลยบอกว่า ไปแค่เดือนเดียว

ผมไปอยู่พัทยากับแม่ตอนอายุ สิบสามปี  แล้วผมจะไปทำอะไรได้  ผมเข้าไปเกี่ยวข้องกับยา เดินยาให้พนักงานหมอนวด  ทีละสอง-สามเม็ด  จนมากขึ้นเรื่อยๆ  

ผมอยู่ไม่ไหวแล้วกลับมาซอยนานาดีกว่า   กลับมาพร้อมยาย  ทั้งพี่สาวและยายรุมด่าผมกระหน่ำว่า  “เป็นคนดีไม่ได้หรือ ไปเกี่ยวข้องกับยา”

อายุสิบสี่ปี ยายที่เลี้ยงผม  แจ้งรถสีชมพูอีกครั้ง  ครั้งนี้ยายไปเอง คุยกับนักสังคมสงเคราะห์ ให้อยู่ในนานที่สุด  เกินอายุสิบแปดปีค่อยมาว่ากัน  ไม่อย่างนั้นเป็นคนค้าขายแน่นอน   ยายบอกว่าไม่ต้องการให้ผมตายอย่างหมาข้างถนน   คนติดยาหมดสภาพตายอย่างอนาถามากมายไป  ไม่มีใครได้ดีเพราะค้าขายยาเสพติด

การอยู่ครั้งที่สอง  ผมปรับตัวกับสถานสงเคราะห์ ตั้งใจเรียน ฝึกอาชีพมากขึ้น  เพราะยายไปเยี่ยมผมทุกอาทิตย์กับพี่สาว  แต่คนที่ไม่เคยเห็นหน้าคือแม่ผมครับครู  


ช่างเถิด คนที่ผมห่วงที่สุดตอนนี้คือยายครับ .... ผมรู้ว่ายายรักผม  ดูแลผมเป็นอย่างดี

ตอนนี้ผมมาสร้างที่อยู่กับแฟนใต้ทางด่วน  มันคือบ้านของผม   ถึงแม้ผมจะรู้ว่ามันไม่ใช่บ้านที่สวยงามดีเลิศเท่าบ้านเช่าของยาย  แต่มันเป็นที่ซุกหัวนอนของผม

ครูครับ คนเราต้องมีความฝันด้วยหรือ....ผมคุยกับแฟนผม แฟนผมเขาอยากมีงานทำ  อยากมีบ้านที่ดีกว่านี้  แต่เราสอง ความรู้รวมกันยังไม่จบ ป.หก เลย

พี่สาวแฟนก็ให้กินยาคุมกันอยู่ห้ามมีลูก   เหมือนยายบอกว่าสองคนเอาตัวให้รอดอย่ามีลูกมาสร้างปัญหาสังคม  เพราะสองคนยังเอาตัวไม่รอด

แต่พี่สาวผมให้แฟนผมไปเรียนนวด  เพื่อบอกว่าจะได้มีรายได้พอเลี้ยงตัวเองได้บ้าง

สำหรับผมให้ไปเรียนขับรถ อย่างน้อยสุดพออายุครบยี่สิบปีก็เช่าแท็กซี่ขับได้   จะได้ไม่ต้องเข้าคุกผู้ใหญ่

ครูครับ ผมไม่ใช่คนดี  แต่ผมโชคดีแล้วที่เกิดมาเป็นคน มีคนที่รักผม  มีคนที่ผมรัก  ผมมีอะไรไม่สบายใจ หรือความทุกข์ ผม โทรหาครูนะครับ

ได้เลย  ชวนน้องอีกห้าคนของตุ่น...มาด้วยซิ ครูจะลงมาพบอาทิตย์ละหนึ่งครั้ง  มาคุยกัน มาหาแนวทางด้วยกัน

ครูครับเรื่องเอกสารผม  ผมไปคุยกับพี่สาวผม  เขาบอกว่า แม่จะมาหาผมคุยกันเรื่องเอกสาร ผมจะเป็นคนที่สมบูรณ์แล้ว  เพราะแม่บอกว่ามีใบเกิดอยู่ที่พ่อที่สมุทรปราการ  เดี๋ยวแม่จะพาไปหาพ่อ 

ผมก็มีพ่อเหมือนกันครู

แล้วไปเจอกันพบจะทำอย่างไรดีครับ

สวัสดีพ่อเขา  ขอบคุณเขาที่ทำให้ตุ่นได้เกิดมา

อย่างน้อยสุดเอาใบเกิด...ให้พาไปทำบัตรประชาชน   ถึงแม้จะทำบัตรล่าช้าก็ยังดี

ตุ่นเธอโชคดีที่พ่อตุ่น คือคนไทย  ตุ่นเป็นคนไทย..

ดีกว่าใครหลายๆคน  แม้จะเป็นคนไทย  ก็ยากเย็นน่าเห็นใจเสียจริง

ตุ่นโชคดีนะ   ได้เป็นคนไทย ได้มีโอกาสจะเจอพ่อ

ขอให้ตุ่นโชคดี