banner
705
พฤหัสบดี ที่ 6 เดือน กันยายน พ.ศ.2561 แก้ไข admin

แม่จำเป็นของ.....เด็กเร่ร่อนไทย/ต่างด้าว

 นางสาวทองพูล  บัวศรี

ผู้จัดการโครงการครูข้างถนน มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก

 

          เมื่อเดือนสิงหาคม 2561 ได้รับการติดต่อจากครูจ๋า (ภรรยาของ คุณนที สรวารินทร์  มูลนิธิอิสรชน) ว่ามีน้องคนหนึ่งที่เก่งงานศิลปะ  ต้องการวาดภาพเกี่ยวกับ "แม่" ในบทบาทต่างๆ จำนวนทั้ง 13  คน  ซึ่งน้องได้วาดแล้วบางส่วน  สำหรับครู  อยากให้เขียนและกล่าวถึงในบทบาทของ "แม่จำเป็นของ..เด็กเร่ร่อนไทย/ต่างด้าว  เคยเขียนเรื่องเหล่านี้แล้วแต่เป็นเพียงครอบครัวเดียวเท่านั้น  จึงรวบรวมในการดำเนินและการใช้บทบาทของแม่  ที่ไม่ได้มีลูกของตัวเอง ในการทำงาน  จะมีการโชว์ผลงานทั้งหมดในเดือนพฤศจิกายน 2561  สถานที่ทางทีมงานจะบอกอีกครั้ง รายได้ ช่วยงานทำงานของมูลนิธิอิสรชน  ที่ช่วยเหลือคนด้อยโอกาสทางสังคมที่อยู่บนถนน

 

          กลุ่มเด็กเร่ร่อนที่อยู่บนถนนจำนวนมาก จะประกอบไปด้วยกลุ่มเด็กเร่ร่อนไทยที่เริ่มเป็นวัยรุ่น  ด้วยการออกมาจากบ้านของตนเองหรือเด็กบางกลุ่มก็ออกมาจากสถานที่เด็กเคยอาศัยอยู่ทั้งบ้านรัฐและเอกชน   ด้วยในขณะที่มีการเปลี่ยนแปลงทั้งร่างกายและจิตใจ  อยากออกจากบ้านอยากใช้ชีวิตจริงของเด็กๆเองก็เป็นความโหยหาอย่างแน่วแน่ในใจเด็ก  สิ่งที่กับเด็กเร่ร่อนเด็กไทย

          (1)เมื่อได้ข้อมูลจากพื้นที่  เมื่อลงไปพบเด็ก ก็ทำหน้าที่ติดตามด้วยความห่วงใย เฝ้าค้นหา เฝ้าดูว่า เด็กเร่ร่อนกลุ่มนี้เขาอยู่กันอย่างไร อยู่กับใคร  ทำสำคัญเกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรือไม่  ทำอะไรที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรม  มีคู่ครองมาอยู่ด้วยมีการป้องกันตัวเองแค่ไหน  โดยเฉพาะกลุ่มที่อยู่ใต้ทางด่วนสุขุมวิท  อยู่ด้วยกันกว่า 9 คน  มีการแบ่งปันอาหารแห้ง มาม่า สิ่งของเครื่องใช้ ให้ได้ในระดับหนึ่งที่พอพึ่งตัวเองได้บ้าง

          (2)กรณีเมื่อเจ็บป่วย เช่นเด็กชายชาตรี (เล็ก) ที่ชุมชนกีบหมู  เล่นกับหมาที่มานอนเคียงคู่กันตลอดที่หน้าร้านสะดวกซื้อ   หมากัดที่ฝามือด้านซ้ายมือ  เมื่อกัดครั้งแรกวันพุธ เด็กเร่ร่อนพร้อมเพื่อนกว่า 5 คน  พากันไปทำแผลที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง  คุณหมอแค่ทำแผลให้เท่านั้น  แผลเกิดอักเสบเป็นหนอง  และได้ลงไปพบตอนวันเสาร์เช้ามืดเพื่อมีรายการไปถ่ายทำ  แต่ต้องพาไปโรงพยาบาลสินแพทย์  ซึ่งต้องกรีดแผลรีดเอาหนองออก แล้วเย็บแผล รักษาแผล ค่าใช้จ่ายกว่า เจ็ดพันบาทเพื่อรักษาชีวิตของเด็กน้อยหนึ่งชีวิต เพราะติดเชื้อในกระแสเลือดไปเรียบร้อยแล้ว จึงต้องยื้อชีวิตของเด็กเอาไว้  โทรหาแม่ตัวจริง แต่เด็กชายเลือกมาอยู่กับครูที่เป็นพียงแม่จำเป็นชั่วคราวเท่านั้น จนกว่าจะรักษาตัวกว่าสามเดือน  รักษาร่างกายแต่ด้านจิตใจข้างในของเด็กบาดแผลลึกมาก   เด็กคิดตลอดเวลาว่าเป็นส่วนเกินของแม่  แม่รักเจ้าชาตรีอย่างมาก  จึงกลายเป็นตัวเชื่อมระหว่างแม่กับลูก 



          (3)ต้องไปเป็นแม่จำเป็น เรื่องเด็กเร่ร่อนใช้ชีวิตบนถนน เมื่อต้องเข้าสู่กระบวนทีมสหวิชาชีพ ที่สถานีตำรวจ  ทั้งที่สถานีตำรวจโชคชัย   สถานีตำรวจบางชัน  สถานีตำรวจทองหล่อ  สถานีตำรวจปทุมวัน  เป็นต้น   เมื่อประสานงานกับกับทีมบ้านพักเด็กและครอบครัวกรุงเทพ   ต้องขอลงบันทึกประจำวันเองว่า ครูลงพื้นที่ไปพบเด็กเพื่อป้องกันว่าเด็กเหล่านี้ไม่มีความผิดทางกฎหมาย แต่เด็กมีสิทธิที่อาศัยบนถนน  แต่ต้องไม่ไปเกี่ยวข้องกับอาชญากรรม

(4)หาสถานที่ให้เด็กอยู่ โดยเฉพาะเด็กเร่ร่อนวัยรุ่น  มีเด็กอยู่หกคน ที่ชุมชนกีบหมูเหมือนกัน เมื่อครอบครัวของเด็กไม่สามารถที่จะดูแลเด็กได้ในกรณีที่เด็กอยู่ในร้านเกม   มีการพูดคุยกับแม่ของเด็กเหล่านี้  บอกเป็นเสียงเดียวกันว่ายกลูกให้ครูจัดการไปเลย เพราะฉันแค่ทำมาหากินก็หมดเวลาแล้ว ไม่มีเวลาไปตามพฤติกรรมของลูกๆเหล่านี้   พวกมันสร้างปัญหาให้ครอบครัวเดี๋ยวตำรวจโทรหา เดี๋ยวครูที่โรงเรียนโทรหา  เจ้าหน้าที่คณะกรรมการชุมชนโทรหา   ไม่ไหวแล้วครู  ครูจะฉันจัดการอย่างไรตามสบาย   เริ่มต้นที่ครอบครัวน้องพละพลก่อน  มีการประสานงานกับสถานแรกรับบ้านภูมิเวทที่จะส่งเด็กเข้ารับการคุ้มครอง  ในขณะนี้ เด็กชายพละพล เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่วัดกลางเกร็ด  เป็นผู้ช่วยแม่ครัวที่สถานแรกรับ  เด็กมีความสุขมากขึ้น ได้เรียน ได้ฝึกอาชีพ ได้เสริมทักษะชีวิตด้านต่างๆ ที่สำคัญตัดต่อการส่งยา  สัญญาว่าจะไปเยี่ยมทุกสองอาทิตย์ เดือนละ 2 ครั้ง ทำหน้าที่แทนแม่ที่ไม่เคยไปเยี่ยมลูกเลยกว่า สามปีแล้ว  แต่เด็กได้พบครูแทนก็บอกว่าครูไม่ทิ้งผม  เวลาเยี่ยมเด็กก็พบพร้อมๆกันที่ได้ส่งเด็กคนอื่นด้วย  เด็กๆจะพูดเป็นเสียงเดียวกันผมขอโอกาสนะครู


 

(5)ค้นหา ติดตามเอกสารของเด็กเร่ร่อนไทยที่ออกจากสถานสงเคราะห์หรือหน่วยงานของเอกชน  ซึ่งเป็นเด็กวัยรุ่นกว่า 9 คน ที่ไม่มีเอกสารแสดงตัวตนของเด็ก  มีการติดตามหาแม่ตัวจริง บางคนแม่ได้เสียชีวิตไปแล้ว  บางคนแม่อยู่ในสถานสงเคราะห์ของรัฐแต่จำไม่ได้  จึงต้องทำหน้าที่แทนแม่ทั้งเซ็นเอกสารรับรอง  การตามเอกสารด้วยกันเป็นการเรียนรู้ด้วยกัน  ในขณะนี้ทำได้บ้าง ยังค้างอยู่อีก 4 คน เด็กบางคนบอกว่าทำหน้าที่ยิ่งกว่าของแม่ของตัวเองอีก  พาเด็กไปทำบัตรประชาชนเพื่อให้เป็นไทยอย่างสมบูรณ์   มีสองครอบครัวที่แม่ของเด็กเป็นครอบครับวัยรุ่นทั้งทำเอกสาร ออกค่าใช้จ่ายในการคลอดหลานที่โรงพยาบาลได้กลายเป็นยายอย่างสมบูรณ์แบบ

(6)หาสถานที่เรียน/สถานที่ฝึกงาน/สถานที่ทำงาน  มีเด็กบางที่ครูต้องส่งให้มีโอกาสเข้าเรียนตามสิทธิของเด็กมีอยู่ หาอุปกรณ์การเรียน เสื้อผ้า รองเท้าให้เด็กได้มีโอกาส โดยเฉพาะเด็กที่ชุมชนโค้งรถไฟยมราชจำนวนกว่า 42 คน จำนวน 27 ครอบครัว ถึงช่วงวันศุกร์-วันอาทิตย์ เด็กจะออกไปขอทานที่ซอยนานาก็ตาม   มีเด็กเร่ร่อนวัยรุ่นบางคนก็ส่งเข้าฝึกอาชีพ  หรือการสร้างอาสาสมัครเข้าไปทำงานด้วย เพื่อให้เด็กได้มีคนที่เข้าใจและพูดคุยเมื่อมีปัญหาต่างๆ

(7) เมื่อเด็กคนใดที่ต้องเสียชีวิตลง  หน้าที่ของครูได้กลับมาทำหน้าที่ของแม่อีกครั้ง  เด็กบางคนถึงกราบลาแม่ตั้งแต่ไปส่งตัวไว้สถานที่รักษา/ดูแลคนป่วยระยะสุดท้าย   เด็กของเราจะตายเพราะโรคแทรกซ้อนที่มาจากโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง  เป็นคนส่งวิญญาณของเด็ก เด็ก เหล่านั้นไปสู่ภพภูมิที่ดี   สิ่งที่เขาร้องครูตลอดเวลาว่า  เกิดมาชาติชาติของกลับมาทดแทนบุญคุณที่ยังไม่ได้ตอบแทน

 

กรณีที่เป็นกลุ่มแม่และเด็กเร่ร่อนต่างด้าว  ความเป็นจำเป็นมีหลายบทบาทด้วยกัน

(1)กลุ่มแม่และเด็กเร่ร่อนต่างด้าว ได้ทำหน้าที่ ติดตามเอกสาร คือใบเกิด  ด้วยกลุ่มนี้เข้าเมืองผิดกฎหมาย หรือบางคนไม่มีเงินที่จะคลอดลูก หรือบางครอบครัว  การมีเอกสารใบเกิดได้ยืนยันความเป็นแม่เป็นลูก  แต่ไม่มีเอกสารใดๆ เวลาเมื่อถูกจับจะต้องมีการตรวจ DNA  ต้องใช้เวลายาวนานมาก  การที่จะดำเนินการได้แต่ละกรณีศึกษายากมาก

(2)เมื่อกลุ่มแม่และเด็กถูกจับ  สิ่งที่คนกลุ่มนี้จะได้รับ คือ ข้อหา “ค้ามนุษย์”  หรือ “แสวงหาประโยชน์จากเด็กอันนำเด็กมาเป็นข้อทาน”  หรือ “การเลี้ยงดูไม่เหมาะสม”   หรือ “การเข้ามาในประเทศไม่มีเอกสาร”  บางคนโดนทุกกรณีที่กล่าวมาข้างต้น  สิ่งที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายจะดำเนินการคือ

-การแยกแม่เข้าเรือนจำ   ส่งลูกเข้าสถานสงเคราะห์   ครูจะมีหน้าที่แทนแม่ทันทีคือตามหาลูกว่าส่งไปอยู่สถานสงเคราะห์ไหน  เพื่อนำข้อมูลเหล่านี้ไปบอกกล่าวกับคนในครอบครัว หรือแม่ที่อยู่ในเรือนจำ

-การติดตามคดีของแม่ บางกรณีที่อัยการสั่งไม่ฟ้อง  โดยส่วนมากอัยการสั่งไม่ฟ้อง  ต้องไปขอคัดคำพิพากษา มาเพื่อให้คำแนะนำกับแม่และเด็กคนอื่นๆต่อ   และติดตามว่ามีคดีอื่นอีกหรือเปล่า บางกรณีศึกษาใช้เวลากว่า 22 เดือนก็มีว่าคดีจะสิ้นสุด  คำพิพากษาของศาลไม่เหมือนกัน บางกรณีตั้งข้อหา “ค้ามนุษย์”   แต่มาลงโทษ  เรื่องคดี “หลบหนีเข้าเมือง”   จึงใช้กรณีศึกษา ศึกษาขั้นตอนที่หาแนวทางช่วยเหลือที่ละกรณี  

-การประสานงานรับเด็ก ส่งให้แม่ เพื่อการส่งกลับประเทศ  กรณีนางเทศ ขุด  กับนางอูจะหลับ  ถูกตำรวจถูกคนเข้าเมืองจับ  แม่ทั้งสองคนป่วยเป็นวัณโรค  โดยอยู่ในห้องกักนานกว่าเดือน  ได้แค่ยาแก้ปวดกิน ซึ่งยาวัณโรคหมด ทำให้ร่างกายทั้งสองคนผอมมาก  บวกกับทางสามีต้องการให้ครูเข้าไปเยี่ยม  การไปเยี่ยมเป็นการตระโกนคุยกัน ที่กั้นห่างกันประมาณ 3 เมตร  ครูต้องตัดสินใจโทรประสานงานเจ้าของคดี  เพื่อติดตามเรื่องลูกว่า เจ้าหน้าที่ได้ส่งลูกไปอยู่ที่สถานสงเคราะห์ไหน  อีกวิธีการหนึ่งโทรหานักสังคมสงเคราะห์ทุกสถาน  จนรู้ว่าอยู่สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนปากเกร็ด  ทางเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตรวจวัณโรคและร่างกายของเด็ก  ในขณะนั้นเด็กยังไม่ติดจากแม่   จนสุดท้ายครูเองก็เป็นแม่จำเป็นที่ต้องไปรับเด็กมาจากสถานสงเคราะห์ นำเด็กส่งให้แม่  แม่ทั้งสองคนก้มกราบ กล่าวขอบคุณแล้วขอบคุณอีก ให้การคืนลูกสู่อ้อมอกแม่อีกครั้ง  ทั้งสองกรณีได้กลับประเทศพร้อมลูก

-เป็นแม่จำเป็นที่ต้องเซ็นชื่อรับเด็ก  เมื่อแม่ตัวจริงออกจากเรือนจำ แล้วมาตามหาลูก เพื่อต้องการจะรับลูกกลับครอบครัว  แม่เด็กเองจะหมดความน่าเชื่อถือ  ส่วนมากจะเป็นหน้าที่ของครูที่ต้องมีหนังสือรับรองของทางโครงการครูข้างถนนที่ทำหน้าที่เซ็นรับรอง    ตรงนี้แหละคือการต่อรองว่าครูเซนเป็นผู้ปกครองเด็กแล้ว  แม่ตัวจริงห้ามนำเด็กออกมากับแม่บนถนนอีก  ถ้าพาเด็กออกมาบนถนนเป็นครั้งที่สอง/สาม  ครูจะให้หน่วยงานราชการกันตัวไว้ดูแลเลย   ถ้าเจอคำขู่เหล่านี้ส่วนมากแม่กับเด็กจะไม่ออกมา  เพราะครูจะไม่ชอบเซ็นเอกสารให้   แม่เด็กจะรู้ดีเพราะพวกเราพูดคุยเรื่องเหล่านี้บ่อยมาก


  

(3)กรณีที่เจ็บป่วยที่ต้องการรักษาพยาบาลระยะเวลายาวนาน  กรณีน้องเจมส์ อายุ 8 เดือน  ป่วยเป็น ท้องเสียอย่างรุนแรง และติดเชื้อ  เด็กไม่มีเอกสาร ไม่มีหลักประกันการรักษาพยาบาลใดๆทั้งสิ้น  ค่ารักษาพยาบาลต้องจ่ายเองทั้งหมด 56,332 บาท  แต่ใช้เป็นกรณีตัวอย่างในการรักษาพยาบาลเด็กต่างด้าวขั้นพื้นฐาน  ครูเองต้องมาเป็นแม่จำเป็นสลับกันเฝ้านอนที่นอนโรงพยาบาลนานกว่า 14 วัน ที่สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติ  กับการดูแลลูกคนโตของนาง  เพราะจะให้เอามาไว้ที่โรงพยาบาลก็กลัวการติดเชื้อ ไม่เหมาะกับการดูแลเด็กด้วย   ยกเป็นกรณีตัวอย่างที่จะมาวางแผนช่วยเด็กเร่ร่อนต่างด้าวในอนาคตเรื่องวัคซีนสำหรับเด็ก

-มีเด็กกลุ่มที่อยู่บนถนน  ครูจะเดินลงพื้นที่อย่างสม่ำเสมอสัปดาห์ละ 3 วัน ต่อเนื่อง  ส่วนมากลงพื้นที่กลางคืน  สิ่งที่เด็กต้องการคือยาแก้ปวดหัว  ยาแก้แพ้  บางครั้งต้องทำตัวเป็นตู้ยาเคลื่อนที่ตามมุมถนนต่างๆ   ลงมือทำแผลเอง หรือบางครั้งต้องส่งตัวไปโรงพยาบาลโดยด่วน  กรณีของเด็กชายเซีย (เป็นเด็กชาวกัมพูชา เป็นโรคลมชักอยู่แล้ว)  แม่ของเด็กพาเด็กมาที่บิ๊กซีราชประสงค์  เกิดเป็นลมชักขึ้นมา  ทุกคนได้แต่ยืนมอง  ครูจึงต้องอุ้มเด็กนั่งมอเตอร์ไซด์พาไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ  จนเป็นผลพลอยได้ว่า แม่และเด็กเมื่อป่วยกะทันหัน สามารถนำตัวเข้ารักษาโรงพยาบาลตำรวจก่อนได้เลย   เรื่องการรักษาไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องการถูกจับ ดำเนินคดี   ทำให้แม่และเด็กกลุ่มนี้เริ่มมีทางออกเมื่อเวลาป่วย  ไม่ต้องให้คนตายภายในห้องพัก   แต่มีหน่วยงานรักษาก่อน




(4)เมื่อเด็กย่างเข้า 6-10 ปี ที่เป็นกลุ่มเด็กเร่ร่อนต่างด้าว เริ่มมาตั้งแต่ปี 2555 จนถึงปัจจุบันที่มีเด็กเร่ร่อนเหล่านี้เข้าเรียนหนังสือกว่า 92 คน มีทั้งเด็กพม่า เด็กกัมพูชา เด็กลาว เด็กโรฮิงยา เป็นต้น ได้เข้าเรียนในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร และเด็กสังกัดสำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน  ในจังหวัดสมุทรปราการ ,นนทบุรี,ปทุมธานี  เป็นต้น  ทำบทบาทเหมือนแม่ที่ต้องพาลูกๆไปฝากเรียน  ซึ่งเด็กเหล่านี้มีแม่ตัวจริงมาด้วย เป็นบางคนเท่านั้น  การให้ปากคำให้รายละเอียดทั้งหมด รวมถึงการเซ็นชื่อในเอกสารนำเด็กเข้าเรียนเป็นหน้าที่ของครู   การจ่ายค่าใช้จ่ายในการเรียนทั้งหมด ชุดนักเรียน ด้วยเหตุผลสำคัญกลุ่มแม่และเด็กเหล่านี้ไม่มีเงินก้อนใหญ่ที่จะจ่ายให้กับทางโรงเรียน   แต่สิ่งที่แม่กับเด็กทุกจ่าย  คือค่าอาหารเด็ก ค่าพาหนะเด็กไปเรียน ไม่น้อยกว่าวันละ 40-80 บาทต่อคน  แต่กรณีฉุกเฉิน ก็มีเงินไว้สำรอง  สำหรับบางเรื่อง   นี้คือการสร้างโอกาสให้เข้าถึงการศึกษา  เพื่อยุติการออกมาขอทาน/การเร่ร่อน   เผื่อให้เด็กเหล่านี้เป็นพลเมืองอาเซียนที่มีคุณภาพ

(5)เมื่อแม่เด็กป่วยเป็นวัณโรค กลุ่มแม่และเด็กต่างด้าว พวกเขาเฉยเมยกับสิ่งเหล่านี้มาก  แต่มันเป็นโรคที่ร้ายแรง สำหรับสังคมไทย  ใช้เวลากว่าห้าปี  เพื่อให้แม่และลูกได้มีโอกาสตรวจทดสอบการติดวัณโรค  สำหรับสี่ครอบครัว  และได้รักษาตัวอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนการได้รับวัคซีนวัณโรค  ต้องดำเนินการสี่สามครอบครัว กำลังมีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง


(6)กรณีที่แม่และลูกถูกจับ  แล้วทิ้งให้เด็กอยู่ตามลำพัง  อย่างกรณีของครอบครัวนางจันดา  มีลูกทั้งหมด 6 คน  เด็กสองคนจะติดตามแม่เข้าสถานคนไร้ที่พึ่ง  มีเด็ก 4 คน ที่ต้องดูแลเพราะเด็กอีกสามคนเรียนหนังสือ  ซึ่งครอบครัวนี้พ่อของเด็กอยู่ในเรือนจำ  เป็นแม่จำเป็นมากกว่าสามปีแล้ว จ่ายทั้งค่าเช่าบ้าน ค่าใช้จ่ายเด็กไปโรงเรียน พร้อมทั้งค่าใช้จ่ายขณะที่อยู่ในบ้านช่วงเสาร์-อาทิตย์  ลงไปสร้างอาสาสมัครดูแลเด็กในชุมชน และเจ้าของบ้านเช่าช่วยดูแลอีกต่อหนึ่ง

(7)การติดตามหาเด็กเร่ร่อนต่างด้าวจำนวนกว่า 15 คน ที่ถูกจับแล้วไปรู้ว่าส่งไปอยู่สถานคนไร้ที่พึ่งนนทบุรี  หรือสถานคุ้มครองและฟื้นฟูพัฒนาอาชีพบ้านเกร็ดตระการ  หรือ บ้านพักเด็กและครอบครัวกรุงเทพมหานคร  การติดตามทำแทนแม่ของเด็กทั้งหมดเพราะด้วยแม่ไม่มีเอกสาร  จึงจำเป็นต้องบอกว่าเด็กเหล่านี้ทางโครงการครูข้างถนน ดำเนินกิจกรรมช่วยเหลือ  เช่นที่เด็กเร่ร่อน 6 รายที่ตามหาแม่พบแล้ว  แต่ทางทีมสหวิชาชีพเห็นว่าถ้าเด็กยังเร่ร่อน  หรือคืนเด็กสู่ครอบครัวในขณะนี้เด็กเสี่ยงก่ออาชญากรรม การขายบริการ  จึงขอส่งตัวเด็กไปฝึกอาชีพและเรียนหนังสือที่บ้านพักขององค์กรพัฒนาเอกชนที่ประเทศกัมพูชา  ได้ทำงานระหว่างประเทศเพื่อการส่งกลับอย่างยั่งยืน

สิ่งที่กล่าวมาข้างต้นเป็นอีกรูปแบบหนึ่ง คนทำงานต้องค้นหาแนวทางแก้ไข  ให้กรณีศึกษาที่มีแม่ตัวจริงที่ทำงานเคียงคู่กับแม่จำเป็นอย่างจริงจัง  ทั้งเด็กเร่ร่อนไทย/เด็กเร่ร่อนต่างด้าว