banner
952
พุธ ที่ 20 เดือน ธันวาคม พ.ศ.2560 แก้ไข admin

อาสาสมัคร....โรงเรียนเด็กก่อสร้างเคลื่อนที่


 นางสาวทองพูล  บัวศรี

ผู้จัดการโครงการโรงเรียนเด็กก่อสร้างเคลื่อนที่  มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก

 

                ครูค่ะ ครูรับนักศึกษาฝึกงานเรื่องจิตอาสาไหมค่ะ

                ครูต้องถามเธอ  อยากทำงานแบบของจริง  ปฏิบัติงานจริง  สัมผัสชีวิตคนแบบจริงๆ ไม่ใช่การพูดกันแค่ในกระดาษ   เอาจริงหรือเปล่าน้อง.....กลับไปถามอาจารย์ที่ปรึกษาด้วยนะ 

                เพราะเวลาลงทำงานแล้ว  คือเจ้าหน้าที่คนหนึ่งเลยนะ

                เธอมาพร้อมกับความมุ่งมั่นในการสารนิพนธ์ต่อ  จึงขอมาฝึกงานกับครูจิ๋ว    

                เริ่มจากการพื้นที่ ข้างถนน ไปพบเด็กที่ใต้ทางด่วนก่อนเลย     เธอชื่อเล่นว่า น้องสตางค์....สาวห้าว...แต่เธอแพ้ทุกชนิดตั้งแต่อากาศที่ร้อนอบอ้าว  อาหารที่เป็นของทะเล   ฝุ่นที่มากับอากาศ    แต่แพ้หมด   เวลาลงพื้นที่  ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ

                ความสามารถของเธอสุดยอด คือ การถ่ายภาพที่สวยๆ มีแง่มุมในการใช้กล้องเป็นอย่างดี   มีมุมในการทำงานอย่างละเอียด  ละเมียดในการถ่ายภาพ     เธอจะยิ้มทุกครั้งเมื่อเธอถ่ายภาพเสร็จ     สวนจนต้องนำรูปมาใช้อีกหลายสิบครั้ง  เพราะมุมมองภาพ    ยิ่งมอง ยิ่งมีเสน่ห์

                เมื่อเดือนมิถุนายน เป็นต้นมา  ครูต้องงานโรงเรียนเด็กก่อสร้างเคลื่อนที่พร้อมเจ้าหน้าที่ใหม่หนึ่งคน  ซึ่งการทำงานต้องมีสองคนเวลาที่ต้องขับรถลงพื้นที่  อีกคนหนึ่งต้องเตรียมขนอุปกรณ์หรือวางแผนทำกิจกรรมการจัดการเรียนการสอน


                น้องสตางค์จึงกลายเป็นนักศึกษาฝึกงาน พร้อมทั้งเป็นจิตอาสาในการทำงานแบบเต็มรูปแบบ   ตั้งแต่ขับรถโรงเรียนเด็กก่อสร้างเคลื่อนที่เอง    จัดกิจกรรมการเรียนการสอนเด็ก  พร้อมทั้งการยกกล้องขึ้นมาถ่ายรูปในแต่ละมุม    ทำให้โรงเรียนเด็กก่อสร้างเคลื่อนที่   มีภาพถ่ายที่เสนองานใน     FB   สวยงาม เป็นธรรมชาติมาก

                เมื่อมีอาจารย์ที่คุมนักศึกษามาคุยรายละเอียดและความพึ่งพอใจกับการทำงานของน้องสตางค์    ครูประเมินแบบไปต้องถาม เพราะเห็นงาน    พร้อมความตั้งใจในการทำงานอย่างเต็มร้อย

(1)เป็นจิตอาสาเต็มตัวในระยะเวลาสามเดือนที่ฝึกงาน  ทำงานทุกอย่างแบบไม่รังเกียจเนื้องานเลย  ตั้งแต่การขับรถลงพื้นที่    ขนอุปกรณ์การเรียนการสอนให้เด็ก       ลงสอนเด็กตั้งแต่การสอนถักสร้อยข้อมือ  การร้อยสร้อย    การเล่านิทาน   

(2)เป็นนักถ่ายภาพให้กับโรงเรียนเด็กก่อสร้างเคลื่อนที่ ภาพสวยๆ  รูปเด็กกับครูซิ้ม    เป็นฝีมือของน้องสตางค์    ที่ใช้หัวใจในการทำงาน

(3)ความทุ่มเทของน้องที่ทำงานได้ทุกอย่าง พร้อมได้การสื่อสารด้วยภาพอย่างดี  คะแนนที่ได้ไปจัดให้เต็มที่ค่ะในฐานะของครูคุมภาคสนาม     ความมีจิตใจที่อาสาสมัครแบบนี้ที่ครูอยากได้ในการทำงาน  ไม่ได้เป็นเพียงแค่นักศึกษาฝึกงาน   แต่เขาทำงานเกินที่มอบหมายให้

(4)คำถามของอาจารย์ที่คุม  ฝ่ายมหาวิทยาลัย  ถามว่าเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานไหม    ครูตอบเสียงดังฟังชัด  สำหรับโครงการครูข้างถนน  กับโครงการโรงเรียนเด็กก่อสร้างเคลื่อนที่ได้รับประโยชน์จากน้องสตางค์อย่างมาก  โดยเฉพาะภาพที่ใช้งานต่อเป็นประโยชน์อย่างมาก    เพราะบางคนที่มาถ่ายภาพไม่เคยส่งภาพให้ครูเลย    แต่สำหรับน้องสตางค์ให้หมด ให้เอาไว้ใช้งานด้วย

 ถือได้ว่าเป็นจิตอาสาสมัครอีกประเภทหนึ่ง  ซึ่งทำหน้าที่เกินคำว่า นักศึกษาฝึกงาน ......ประโยชน์ของงานที่น้องสตางค์ทำ    ให้กับเด็กและหน่วยงาน(ทั้งสองโครงการได้รับประโยชน์  ได้คนทำงานเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน    ได้รับเห็นรู้ทำ  กับปัญหาที่ซับซ้อนเพิ่มขึ้น    เป็นการบอกเล่าเก้าสิบจากผู้ที่มาปฏิบัติงานจริง  ทำจริง    พบเด็กที่ต้องการให้สอน     ของจริงทั้งหมด

หลังจากนั้น  น้องซะห์  จากสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ  โทรมาหาครูจิ๋วว่า มีน้องนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง    มาฝึกงานที่สำนักงาน     แต่อยากให้น้องได้เรียนรู้ของจริง  จากหน่วยงานที่ปฏิบัติงานจริง     น้องต้องทำโครงการด้วย

จึงเริ่มจากให้มารู้จักแหล่งก่อสร้าง บ้านพักสำหรับคนจนในเมือง   สิ่งแรกน้อง น้อง บอกว่า  เขาอยู่ต่างจังหวัดที่ จังหวัดเชียงราย   ยังไม่เคยเห็นความเป็นอยู่ที่แออัดยัดเหยียดกันมากขนาดนี้     เป็นการเปิดกะโหลกมุมมองปัญหา

จึงให้น้องซะห์         พามาที่แหล่งก่อสร้างบริษัท 33    ที่อยู่ตรงข้ามกับศูนย์ราชการ    มาเห็นชีวิตของเด็กลูกกรรมก่อสร้างก่อน      ซึ่งมีทั้งเด็กไทย   เด็กโรฮิงยา   เด็กกัมพูชา   เด็กพม่า   สำหรับบ้านพักของพ่อแม่เด็กก็ต้องใช้ตึกเก่าแปลงมาบ้านพัก   ใช้สังกะสีตีห้องแบ่งเป็นที่พักของแต่ละครอบครัว

ด้วยน้องนักศึกษา จำนวนสามคน  มีความสามารถเป็นพิเศษ  คือสื่อสารภาษาถิ่นของพม่าและภาษาจีนได้        น้องสามคนจึงจัดการสอนภาษาจีน  แลกกับภาษากัมพูชา

น้องลงกิจกรรมทุกวันพุธ   ตามโครงการเพียงสี่ครั้ง   แต่จัดกิจกรรมจริง  จำนวน 8 ครั้ง    สัปดาห์ละหนึ่งครั้ง  ที่ บ้านพักของกรรมกรก่อสร้างเดอะพรอพ    ซึ่งกลายเป็นว่า  เด็กกัมพูชาได้เรียนภาษาจีนเพิ่มขึ้น     นักศึกษาได้ภาษากัมพูชากลับไป


เด็กสนุกมากได้เรียนจาก  ครูหลายคน    ครูเองก็ได้เรียนรู้ในการทำกิจกรรมของน้องนักศึกษาดูสอนแบบง่าย         แต่สอนสนุกมาก เอาเด็ก เด็กอยู่   

สำหรับนักศึกษาเอง ได้สัมผัสของจริง  ทำจริง ไม่มีการจัดฉาก   ทำกันแบบสดๆ  แก้ไขปัญหากันต่อหน้าเด็กกันที่จะเรื่อง      เด็กบางคนก็อุ้มน้องเลี้ยงน้องด้วย   เวลาน้องถ่ายหนักหรือถ่ายเบา    พี่ก็ไม่อยากไปทำความสะอาดให้กลัวไม่ทันเพื่อน    กลัวต่อกิจกรรมไม่ได้     พี่นักศึกษาก็ต้องอุ้มไปห้องน้ำเอง     ล้างก้นเด็กเล็กเอง     ทำกันทุกอย่าง  เพราะพี่ก็อยากเรียน   

บางคนเวลาทีเด็กเล็กนอนหลับก็ต้องส่งมาให้  พี่นักศึกษาเอามาพานอนต่อ     เพราะพี่อยากทำกิจกรรมต่อ  อยากเล่นเกมกับเพื่อน    อยากได้สมุด ดินสอ เพิ่มมาฝึกเขียนเอง   โอ๊ยสนุกมาก ....เด็กๆบอก    พี่นักศึกษาอยากให้น้องได้ร่วมกิจกรรม    หน้าที่ของพี่นักศึกษาจึงต้องรับหน้าที่พาเด็กเล็กนอนไปด้วย

ตั้งแต่เกิดมาก็เป็นลูกคนเดียวยังไม่เคยต้องเอาใครมานอนหนุนตัก   นอนหนุนขาในชีวิตจริงเลยนะครูซิ้ม(ครูพี่เลี้ยง)     ของจริงที่ต้องลงทำงานแล้วจะรู้ว่าสนุกแค่ไหน     พวกหนูกลับไปเรียนให้จบมีโอกาสจะกลับมาช่วยครูเป็นจิตอาสานะค่ะ    ยินดีต้องรับคนอื่น

                สำหรับกลุ่มครูได้วิธีการสอนภาษาจีนแบบง่าย ง่าย ในการจัดกิจกรรมการบ้านพักแหล่งอื่นต่อไปอีก 4 แห่งด้วยกัน

 

                ครูจิ๋วใช่ไหม   พี่อยากเอาลูกชายไปช่วยงาน ไปเรียนรู้การทำงานกับคนอื่น  พี่ของเขาไปพบครูได้ไหม    ครูจิ๋วตอบทันทีว่าได้ ยินดีอย่างยิ่ง   น้องโอม เป็นเด็กไทยที่เรียนโรงเรียนนานาชาติฮาโร  แล้วตอนนี้ไปที่อยู่ที่มหาวิทยาลัยแคนาดา  เอกจิตวิทยา    กำลังจะจบปริญญาตรี     อยากให้น้องได้สัมผัสงานจริง    เพราะติดตามงานมูลนิธิมาตลอด   ตั้งแต่นอนมาทำกิจกรรมสมัยเด็กที่มูลนิธิฯ

                มาพบกันก็แลกเปลี่ยนการทำงาน  คุณแม่ของน้องโอม  จบปริญญาโท สังคมวิทยา   สัมผัสชีวิตคนมาอย่างมากมาย   อยากให้ลูกได้สัมผัสด้วย เพื่ออย่างน้อยสุด   ได้เห็นชีวิตคนอีกกลุ่มหนึ่ง  ที่อยู่ในประเทศไทย     การสอนเด็กนานาชาติกับการสื่อสารภาษาไทยของน้องโอม    อาจจะใกล้เคียงกันเรื่องการสื่อสาร

                จึงตกลงกันลงพื้นที่ทุกวันศุกร์    จำนวนกว่า 9-10  ครั้ง  ต่อเนื่องมาแล้ว

                แต่ละครั้งจะมาเสริมกิจกรรมของครูซิ้มกับครูเอก  ได้เป็นอย่างดี   คุณแม่กับน้องโอมสลับการทำกิจกรรม  ตั้งแต่การสอนภาษาไทย   การเล่านิทาน   จนถึงการระบายสี   มีกิจกรรมที่หลากหลายในแต่ละสัปดาห์ที่ไม่เหมือนกัน    

                เสียงคุณแม่ของน้องโอม  บอกว่าทั้งเด็กและแม่เด็กตั้งใจเรียนกันอย่างมาก     อย่างนี้ทำกิจกรรมกันต่อเนื่องอย่างสนุกมาก       


                ปัจจุบันมีเพื่อนน้องโอมมาบ้าง  มาเสริมทัพให้เด็กๆได้เรียนรู้

                บางสัปดาห์  คุณแม่ของน้องโอม  มีเพื่อน  มีน้า   มาทำกิจกรรมด้วย    เป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้  คุณแม่บอกว่าเหมือนตัวเองเป็นนักศึกษาอีกครั้งหนึ่ง   เดิมกิจกรรมเหล่านี้ต้องไปทำแถวชนบท     แต่ปัจจุบันนี้  มาทำให้แหล่งก่อสร้าง  มีเด็กมากมายที่ต้องการความช่วยเหลือ

                สิ่งที่มอบให้เด็กๆ  คือเด็กได้เรียนรู้จากกลุ่มคนที่หลากหลาย   มีหลายบุคคลที่สลับกันทำหน้าที่เป็นครูแบ่งปันการสอนให้เด็ก     พร้อมทั้งมีนม     ขนม    พิซซ่า    เสื้อผ้าเด็ก      ของเล่น    มาแบ่งปัน

                สิ่งเหล่านี้คือจิตอาสาของแต่ละคนที่มุ่งให้คนด้อยโอกาสได้รับ   พร้อมทั้งคนที่มีใจมีทรัพย์  ได้มีโอกาสแบ่งปันทำความดี     คำบอกเล่าของท่านธรรมาจารย์มูลนิธิฉือจี้    “ขอบคุณที่มีผู้ด้อยโอกาส    ทำให้พวกเราได้มีโอกาสทำความดี ”

                งานเหล่านี้ได้มีโอกาสเป็นทั้งผู้ให้  ผู้รับ    ขอบคุณจิตอาสาทุกท่าน  ความสุขทุกครั้งที่เกิดขึ้น  คือการได้ทำ