banner
202
พุธ ที่ 6 เดือน ธันวาคม พ.ศ.2560 แก้ไข admin

แม่หาลูก.....ลูกหาแม่




 นางสาวทองพูล  บัวศรี

ผู้จัดการโครงการครูข้างถนน  มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก

     เสียงโทรศัพท์  ครูจิ๋วใช่ไหมค่ะ    ครูค่ะลูกฉันถูกจับไปตั้งแต่เดือนมิถุนายน   ฉันยังหามันไม่เจอว่าอยู่ไหน   

   ครูจิ๋วถามต่อว่า  เธอรู้จักครูจิ๋วได้อย่างไร    ฉันไม่รู้จักครูหรอก  ได้รับคำแนะนำมาจาก  นางนา ที่ครูจิ๋วเรื่องลงทุนขายดอกไม้  มันมีลูกหกคนที่ครูช่วยมันเป็นประจำ   ฉันไปเล่าเรื่องราวของน้องดาวลูกลูกฉัน   ให้นางนาฟัง    

   นางนาบอกว่าต้องให้ครูจิ๋วกับครูจิ๋วเท่านั้น  เขามีเครือข่ายช่วยตามหาลูกจนเจอ   ลูกของนางนาก็เคยถูกจับเหมือนกัน  ครูเขาหาจนเจอว่าลูกอยู่ที่ไหนฉันถึงได้มีโอกาสไปเยี่ยม

   ครูจิ๋วย้อนถามกลับว่า เธอชื่ออะไร   มีลูกกี่คน      คุยกันรู้ว่าชื่อนางดา  อายุ 43 ปี  มีลูกที่ติดตามว่าด้วยจำนวน สามคน  เป็นลูกชายที่ทำงานแล้วหนึ่งคนอายุ 19 ปี    แล้วมาถึงน้องดาว อายุ 12 ปี  และมีลูกคนเล็กชื่อรจนาอีก หนึ่งคนอายุ 7 ปี    ทั้งสามคนไม่เคยเรียนหนังสือเลย

 เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น  ทำไมเด็กถึงถูกจับคนเดียว

  แม่เล่าด้วยเสียงสั่นเครือว่า  เป็นวันพุธ  ฉันกับลูกน้องกันอยู่ที่ห้องพักชุมชนบ่อนไก่  เช่าเขาคืนละ 50 บาท  อยู่ด้วยกันสี่คน  

  น้องดาวหนีออกมาจากชุมชน เดินมาที่สุขุมวิท  ปกติจะออกมาพร้อมกันทุกวัน  ขายขนมบ้าง ขายร่มบ้าง  แต่วันไหนไม่มีเงินลงทุนก็ขอทาน นักท่องเที่ยว  ได้บ้างไม่ได้บ้าง

    ส่วนมากน้องดาว เริ่มเป็นสาว ชอบเดินทางคนเดียว  หาเงินได้ก็เข้าร้านเกมตลอด   จนแม่กับพี่ชายสารภาพว่าเอาไม่อยู่  เพราะน้องดาวไม่เชื่อฟังเลย

   วันที่น้องดาวถูกจับ  เวลาประมาณหนึ่งทุ่ม    ออกจากร้านเกมที่สุขุมวิท 4  น้องดาวเดินไปขอเงินนักท่องเที่ยว  ศูนย์ปฏิบัติการขอทาน จึงนำตัวมาคัดแยกที่บ้านมิตรไมตรี   ดินแดง  แล้วส่งน้องดาวไปที่ สถานแรกรับคนไร้ที่พึ่ง    

  แม่ก็ไม่รู้อีกเลยว่าลูกอยู่ไหน    ไปเยี่ยมลูกก็ไม่ถูก   ครูช่วยฉันหน่อยนะ  ฉันอยากให้ไอ้ดาวมันออกมาอยู่พร้อมแม่กับพี่ชายและน้องสาว     ครูเอามันออกมาได้ไหม

     แม่ดา....ครูขอเช็ครายละเอียดก่อนนะ  ว่าลูกของเธอ ถูกส่งไปยังหน่วยงานไหน   อยู่ที่คนไร้ที่พึ่งจริงไหม     เพราะทางเป็นเด็กกลุ่มเสี่ยง   เด็กจะไม่ได้อยู่ที่ ไร้ที่พึ่งหรอก     ให้เบอร์โทรศัพท์ครูไว้ก่อน   เด็กถูกจับมากี่เดือนแล้ว

    ครูมันถูกจับตั้งแต่เดือนหก แล้ว  วันนี้มันเดือนเก้าแล้ว    ต้องเทียบกันระหว่างเลขเดือนของกัมพูชากับของเดือนไทย   เดือนหกของประเทศไทยคือเดือนมิถุนายน    เดือนเก้าของไทย คือเดือนสิงหาคม  เด็กถูกจับมาแล้วสามเดือน แม่ยังหาลูกไม่เจอ

   เคสนี้ไม่ใช่เคสแรกของครูจิ๋วที่ต้องหาเด็กกันทุกหน่วยงาน    จึงต้องบอกแม่ดาว่า  ใจเย็นหน่อยนะ     ต้องใช้เวลา

  อันดับแรกคือต้องเริ่มต้น  ที่สถานคนไร้ที่พึ่งนนทบุรีว่า มีเด็กถูกส่งตัวมาที่นี้บ้างไหม   ว่าเป็นเด็กมาจากสุขุมวิท   


      ครูไม่เคยเห็นน้องดาว    จึงต้องโทรกลับไปหาแม่อีกครั้งหนึ่ง ว่าหน้าตา ท่าทางของน้องดาวเป็นอย่างไรบ้าง  ผอมสูง ใบหน้ายาวรี   ในตามคมเหมือนเด็กอินเดีย  ตาดุมาก เวลาพูดเด็กจะพูดเร็วมาก เด็กไม่เคยเรียนหนังสือมาเลยทั้งภาษากัมพูชา และภาษาไทย    ท่าทางของเด็กคล่องแคล่วมาก    พูดจาฉะฉาดมาก   เด็กฉลาดชอบโกหก เอาตัวรอด     ทรงผมของเด็กเป็นผมบ๊อบ

เมื่อได้ข้อมูล  ครูจึงโทรกลับไปอีกครั้ง ไปยังสถานคนไร้ที่พึ่งฯ    ทางเจ้าหน้าสังคมสงเคราะห์ได้ส่งต่อเด็กไปยังบ้านพักเด็กและครอบครัวกรุงเทพมหานคร ได้สองเดือนกว่าแล้ว 

   ครูจิ๋วจึงโทรประสานงานกับทีมงานของของผู้ดูแลบ้านพักเด็กและครอบครัวกรุงเทพมหานคร    ซึ่งทางบ้านพักเองก็บอกอยากเจอแม่ของเด็ก  เพราะเบอร์โทรที่น้องดาวให้มาติดต่อไม่ได้เลย

   จึงนัดวันเวลาที่จะไปเยี่ยมน้องดาว ในวันที่ 3 กันยายน 2560   ซึ่งทางบ้านพักเด็กและครอบครัว ประสานงานองค์กรเฟรนด์   มาสอบถามข้อมูลในเบื้องต้นไว้ก่อน เด็กได้เล่าชีวิตครอบครัวไว้บางส่วนแล้ว

                                พอเจอหน้ากัน น้องดาวซึ่งไม่เคยรู้จักกัน ก็ทักทันทีว่าป้า เคยเห็นป้าที่ซอยสี่   ครูจิ๋วก็เลยปล่อยให้น้องดาวพูดต่อว่า    ป้าจะมารับใช่ไหมหนูจะได้กลับไปหาแม่   โคตรรำคาญที่บ้านหลังนี้มาก  คนอยู่กันเยอะ ทะเลาะกันทุกวัน  จะเอาอะไรกับหนู  จะนอนตื่นสายก็ไม่ได้   ไม่เข้าเรียนก็ไม่ได้   ทำอะไรก็ต้องอยู่ในระเบียบกติกาไปหมด   เบื่อๆ    สาวน้องออกอาการหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัดเจน


      สาวน้อยร้องช่าง เจ้าน้องดาว  พอเห็นครูมีขนมมาด้วยพร้อมนม  ก็เอยปากว่าครูขอกินหน่อยได้ไหม   ครูก็อนุญาตให้กิน   เธอก็จับยัดใส่ปากทีเดี่ยวสามคำ  แล้วก็เคี้ยวอย่างเร็วมาก  กลัวเหมือนใครจะแย่งกิน    ปากก็ขยับพูดว่าอร่อยจัง  ขอกินอีก   ครูเลยต้องบอกว่าหยุดก่อนกินน้ำหรือนมก่อนดีไหม เดี๋ยวจะติดคอ สำลักออกมา

     พอกินอิ่ม กินเข้าไปสามอัน  สาวน้อยเตรียมจะลุกกลับไปทำกิจกรรม    จนต้องบอกว่าครูยังไม่รู้เรื่องเล่าของเธอเลย  จะให้ครูช่วยอย่างไร     ให้แม่มาเยี่ยมไหม    เด็กไม่ตอบคำถาม  แล้วก็ลุกออกจากห้อง   แต่เห็นท่าทางคำพูดแล้ว  เด็กคนนี้เอาตัวรอดได้อย่างสบายมาก

        เมื่อเด็กน้อยเดินเข้าไปเข้ากลุ่ม  ตัวครูเองก็ไปพบนักสังคมสงเคราะห์ในการประเมินเคสด้วยกัน    เห็นท่าทางของเด็กเอาตัวรอดได้    แต่ไม่เคยเรียนหนังสือกันมาเลยทั้งไทยและกัมพูชา   เขียนอะไรก็ไม่ได้   อันตรายมากสำหรับชีวิตที่ต้องดิ้นร้น   ครูและนักสังคมเห็นว่าควรจะส่งเด็กกลับประเทศต้นทางแล้วเรียนหนังสืออ่าน ออก เขียนได้ พูดได้ ฟังได้บ้างสักหนึ่งปีครึ่ง  

     เรื่องราวทั้งหมดจะสื่อสารกับแม่อย่างไร    แต่นัดแม่เด็กให้มาเยี่ยมเด็กในวันพรุ่งนี้    ในวันต่อมาแม่มาเยี่ยมลูกพร้อมกับซื้อขนม ข้าวมันไก่  ที่เด็กอยากกินมากินด้วยกัน     คนที่ดูแลจะบอกว่าน้องดาวไม่ค่อยรักษาความสะอาด  กินอะไรก็ทิ้งไปหมด  ไม่เคยล้างจาน ชามเลย  แม้กระทั่งกับเสื้อผ้าของตัวเองก็ไม่รักษาดูแล   ไม่ซัก ใส่แล้วก็โยนทิ้ง

    สิ่งเหล่านี้คือวิถีปกติของเด็กเร่ร่อน  แม่ของน้องดาวก็คงใช้ชีวิตแบบนี้เหมือนกัน  การจะให้มาปรับตัวใช้ชีวิตเหมือนในระบบคงต้องให้เวลา


     หลังจากนั้นประมาณกลางเดือนกันยายน   น้องดาวคนสวยก็ถูกส่งไปยังสถานคุ้มครองและฟื้นฟูบ้านเกร็ดตระการ

    ส่วนแม่กับน้องสาว   ได้มาเยี่ยมเพียงครั้งเดียว   แล้วก็ต้องย้ายที่อยู่มาอยู่ใต้ทางด่วนเพราะแม่เริ่มป่วยอีกครั้ง น้องสาวมีผื่นขึ้นเต็มตัวและแขน   แบบฝังลึกในเนื้อ    เงินก็ไม่มีค่าเช่าห้อง  จึงอพยพเสื้อผ้ามานอนกันใต้ทางด่วน  กลายเป็นบ้านกันอีกหลังหนึ่ง ข่าวคราวต่างๆก็หายกันไป  ติดต่อกันไม่ได้

    จนมาเมื่อเดือนตุลาคม  น้องดาว  ถูกส่งกลับประเทศต้นทาง ไปอยู่ที่ องค์กร  CWCC  ส่งกลับไปเรียนหนังสือ และฝึกอาชีพอย่างน้อยสักหนึ่งปี  โดยมีข้อแม้ว่าให้แม่ไปเยี่ยมได้ และขอให้น้องดาวอ่านออก เขียนได้ บ้าง เป็นประเด็นสำคัญ

เมื่อวันที่จันทร์ที่  27 พฤศจิกายน  แม่ของน้องดาว ได้ส่งกลับไปปอยเปต  โทรหาครูว่าลูกยังอยู่ที่ประเทศไทยไหม  จะได้ลงมาเยี่ยม  จึงบอกแม่ว่าเด็กถูกส่งไปให้เรียนหนังสือและอบรมอาชีพที่องค์กร CWCC   แล้ว

แม่เด็กเอยปากขอยืมเงินครูจำนวนสองพัน  ว่าจะไปเยี่ยมลูกที่ องค์กร  แต่ไม่มีเงิน ครูจึงโอนให้  เพื่อแม่จะได้พบกับลูกสาว  ถึงแม้ระยะเวลาต่อจากนี้อีกปีกว่า น้องดาวต้องเรียนหนังสือและฝึกอาชีพ ก็เป็นระยะห่างที่ลูกได้เรียน

ในการตามหาลูก   ลูกในการตามหาแม่   ก็ต้องใช้เวลากัน     การทำงานครูข้างถนน ก็ถือว่าการทำงานแบบนี้เป็นอีกองค์ความรู้หนึ่งที่จะช่วยให้เด็กได้คืนสู่ครอบครัว และได้เรียนหนังสือพอที่จะเอาตัวรอดได้     สู้กันต่อทั้งแม่และลูก