banner
227
ศุกร์ ที่ 30 เดือน สิงหาคม พ.ศ.2562 แก้ไข admin

อยากเรียน...ต้องมีใบเกิด (ตอนที่ 2 การขอใบเกิดยากที่สุด)

 

นางสาวทองพูล  บัวศรี

ผู้จัดการโครงการครูข้างถนน  มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก

 

          เมื่อโรงเรียนบอกว่าจะเข้าเรียนได้ ต้องมีใบเกิด  สำหรับเด็กห้าคน มันเป็นเรื่องยากมากเลย  แต่มีเด็ก 1 คน ใน 5 คน  เกิดที่เมืองไทย  เกิดที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ในจังหวัดสมุทรปราการ  กระบวนการติดตามหาใบรับรองการเกิดก่อน  แล้วคอยมาดำเนินการที่เทศบาล เรื่องใบเกิด  ทั้งครูและครูซิ้มคิดว่ามันง่าย  ครูเองเมื่อมีใบรับรองการเกิด หน่วยงานที่เก็บใบเกิดไว้มันก็ไม่น่ายาก   แต่กรณีนี้มันยากสุดเท่าที่เคยมีมา     กระบวนการจะได้มาซึ่งใบเกิด  ของเด็กหญิงพรรณี....(นามสมมุติ)  จึงเริ่มขึ้น  กับการเรียนรู้ที่ใช้คำว่าหน้าที่....

          (1)ครูซิ้มพาเด็กทั้ง 5 คน ไปพบผู้อำนวยการโรงเรียนแล้ว  ผู้อำนวยการบอกว่า พ่อแม่ไม่มีเอกสารใดๆๆทั้งสิ้น เด็ก 4 คน ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับประเทศไทย  ทั้งหมดหลบหนีเข้าเมืองมาทำมาหากินอยู่ในประเทศ  งานที่ทำผิดกฎหมายอีกด้วย  ผู้อำนวยการได้แต่สั่นหัว อย่างเดียว   ไม่สนใจระเบียบ มติ ครม.ทั้งสิ้น  สำหรับครูงานนี้ฟ้องศาลปกครองอย่างเดียวเลย   ด้วยเหตุผลคือ มีมติ ครม. ที่บ่งบอกและมีหลักการ มีวิธีการเรียบร้อย  แต่ไม่รับ  งานนี้ละเลยการใช้ มาตรา 157 ชัดเจน....

          (2)หนึ่งในครอบครัว เด็กหญิงพรรณี....คนเดียวเท่านั้นที่คลอดที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรปราการ  แต่แม่พาลูกหนีออกมาก่อน  เพราะไม่มีจ่ายค่าคลอดสูงถึง 7,800  บาท  เมื่อทางครูซิ้มไปติดต่อโรงพยาบาล  เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2562 ถ้าจะรับใบรับรองการเกิด ต้องจ่ายค่าคลอด ทั้งหมดที่ค้างโรงพยาบาล  จึงให้ครูซิ้มใช้กระบวนการต่อรอง

          -ครูซิ้ม เขาไปต่อรองกับเจ้าหน้าที่ดูแลเรื่อง ให้ใบรับรองการเกิด  แต่ผู้ที่เกี่ยวข้องส่งใบค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้ครูไปจ่าย   ทางโครงการโรงเรียนเด็กก่อสร้างเคลื่อนที่ ปีนี้กันงบประมาณส่วนหนึ่งที่ขอจากกองทุนวิจิตรพงศ์พันธุ์  มาเป็นค่าสงเคราะห์  เพื่อให้โครงการฯได้ดำเนินงานได้  เน้นไปที่ต้องจ่ายให้น้อยที่สุด  ครูซิ้มจึงมาตกลงกับครอบครัวเด็กว่าจ่ายไม่เกิน 3,000 บาท 

          -เมื่อสงเคราะห์ครอบครัวนี้เพื่อใบรับรองการเกิด  จึงให้แม่เด็กไปต่อรอง ว่าจะจ่ายแค่ 3,000 บาท จากทั้งหมด ซึ่งครอบครัวเองก็ไม่มี  เมื่อจ่ายเงินเรียบร้อยจึงได้ใบรับรองการเกิดมา   ทางครอบครัวเองก็คิดว่าเรียบร้อยแล้ว   บอกว่ายังไม่ใช่ใบเกิดของเด็ก 

          ทางครูซิ้มก็นัดวันรุ่งขึ้นเลย  พาครอบครัวเด็กหญิงพรรณี... ไปที่เทศบาล

          (3)ในวันที่ 5 มิถุนายน 2562 ทั้งครูซิ้มกับครอบครัว นำใบรับรองการเกิดไปที่เทศบาลแห่งหนึ่ง  ในจังหวัดสมุทรปราการ  เจ้าหน้าเทศบาล (หัวหน้า)ฝ่ายทะเบียนว่าแค่มีใบรับรองการเกิด ทำใบเกิดไม่ได้  เพราะไม่รู้ว่าใช่แม่ลูกกันหรือเปล่า  เพราะเด็กโตเกือบ 5 ปีแล้วเพิ่งจะมาเอาใบเกิด  เอาลูกใครมาเอาใบเกิดก็ไม่รู้ 

          เสียงของหัวหน้างานเทศบาล  ตั้งต้นในการเทศนาครูซิ้ม   ครูไม่กลัวหรือว่าคนเหล่านี้เขามาเอาลูกใครมาสวมเอาเอกสารก็ไม่รู้  ครูไปไว้วางใจคนเหล่านี้ได้อย่างไร  คนเหล่านี้เขาทำให้ประเทศของเรารับภาระในการดูแล มาเอาประโยชน์กับประเทศของเราทั้งนั้น  ในอนาคตเขาอาจมาเป็นคนไทยก็ได้นะ  ผมทำให้ครูไม่ได้หรอกถ้าเอกสารไม่ครบ  พ่อแม่ก็ไม่มีเอกสารแสดงตัวตน

          ครูซิ้ม กลับเล่าให้ครูฟัง   ครูนะหัวร้อนไปหมด อยากบุกเทศบาลแห่งนี้ด้วยตัวเอง  ถึงแม้ครูซิ้มจะใจเย็นค่อยๆๆคลีคลายไปที่ละเรื่องก็ตาม   กลายเป็นนักต่อรองทุกเรื่อง ครูซิ้มเน้นไปที่เรื่องเด็กหญิงพรรณี..กับพี่ๆ ต้องได้เข้าเรียนเท่านั้น ให้โอกาสเด็กได้เข้าเรียนเท่านั้น   เรื่องเอกสารของพ่อแม่ไม่เกี่ยวข้องหน่วยงานของท่านอยากจะดำเนินการทางกฎหมายกับพ่อแม่เด็กจัดการได้เลย....เพราะเขาเหล่านั้น เข้า-ออก และอยู่ในประเทศไทยแบบหลบๆๆว่อนๆๆ มาเป็น 10 ปีแล้ว  ชีวิตของแม่กับเด็กติดคุกก็เคยมาแล้ว  อยู่ในสถานกักกันก็อยู่มาแล้ว  อยู่ในสถานคนไร้ที่พึ่งก็อยู่มาแล้ว ชีวิตคนเหล่านี้ในแต่ละปีแยกกันอยู่เพราะกฎหมายไทยทั้งพระราชบัญญัติค้ามนุษย์   ขอทานคือค้ามนุษย์   พระราชบัญญัติขอทาน  ขอทานคือผิดกฎหมาย  จับอย่างเดียว  เมื่อตัวเลขข้อมูลพร้อมเปลี่ยนกระบวนการทำงานก็บอกกฎหมายให้ปฏิบัติแบบนี้ ฟังแล้วก็เหนื่อย

          แต่ครูซิ้มเน้นให้เด็กได้รับโอกาสทางการศึกษา  เพราะมันคือสิทธิขั้นพื้นฐาน เด็กที่อยากเรียนต้องได้เรียน  เป็นหน้าที่ของครูที่ต้องทำให้เด็กได้รับสิทธิที่พวกเขาควรที่จะได้รับ  แต่การเข้าเรียนคือโรงเรียนต้องได้ใบเกิดของเด็ก   เพราะเด็กเกิดที่โรงพยาบาลมีใบรับรองการเกิด   งานนี้ครูซิ้มถอยมาตั้งหลักกันอีกครั้ง

          (4)ครูซิ้มกลับมาหาครูอีกครั้งว่า ต้องการเอกสาร ที่มีอยู่กับสถานสงเคราะห์เด็กอ่อนพญาไทว่า แม่เคยเข้าเรือนจำ  แล้วส่งเด็กหญิงพรรณี....เข้าที่สถานสงเคราะห์  กว่าแม่จะรับลูกออกมาดูแลก็ใช้เวลากว่า 2 ปี

          -ครูจิ๋วประสานงานด้วยตัวเอง  ว่าทำไมต้องการเอกสาร สมุดสีชมพู  ผลการตรวจ DNA ประวัติการรับเด็ก  ใบแจ้งความจากสถานีตำรวจบางเขน และสมุดพัฒนาการของเด็ก  สรุปทางตำรวจประเมินกรณีศึกษาแม่ลูกคู่นี้ เป็น “คดีค้ามนุษย์”  ทางเจ้าหน้าที่ไม่กล้าให้เอกสารใดๆๆทั้งสิ้น  เพราะมันคือความลับ ของหน่วยงาน

          -ครูจิ๋วต้องชี้แจ้งว่า เอกสารทั้งหมดหน่วยงานที่อยากได้ คือ หัวหน้าฝ่ายทะเบียน ของเทศบาลแห่งหนึ่ง  ทางหน่วยงานของมูลนิธิฯต้องการได้ใบเกิดเด็ก  แล้วนำเด็กไปเรียนหนังสือตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก

          -ทางโครงการฯ จึงทำหนังสือขอรับเอกสารที่เป็นลับสุดของหน่วยงาน  เพราะ เด็กกับแม่เกี่ยวข้องกับการขอทานคือการค้ามนุษย์  

          -จึงให้ครูซิ้มไปรับเอกสารทั้งหมด  แล้วประสานงานกับหัวหน้าฝ่ายทะเบียน

          (5)ครูซิ้มพาครอบครัวของเด็ก ไปพบหัวหน้าฝ่ายทะเบียน (เทศบาลแห่งหนึ่งอีกครั้ง)  เมื่อมีเอกสารจาก สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนพญาไทแล้ว  เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวว่า ให้เอกสารไม่ได้ เพราะ ต้องมีพยานบุคคลอย่างน้อย 2 คน ต้องมีเอกสารหรือเป็นคนไทย ต้องมีผลตรวจ DNA ด้วย

          -ครูซิ้มเองถึงใจเย็นก็ยังหัวเสีย โทรเล่าให้ครูฟังแบบอะไรกันนี้   เจ้าหน้าเอาใบเกิดเด็กมาให้เห็น   มันเจ็บใจมาก   อยากได้อะไรก็หาให้หมด  อย่างนี้มันคือทัศนคติของคนทำงานมากกว่า  เป็นการเอาเปรียบแบบเอาอำนาจหน้าที่มากดทับกันมากกว่า

          สำหรับครู  งานนี้คือการฟ้องศาลปกครอง ใจไม่เย็นพอแล้ว  มันเป็นกลายทำลายโอกาสของเด็กที่จะได้เข้าเรียน  เสียเวลาไปอีก 1 ปี  ด้วยว่าต้องทำตามหลักฐาน   นี่คือการปฏิบัติของข้าราชการฝ่ายทะเบียน   คนต่างด้าวที่คลอดลูกแล้วไม่ไปเอาใบรับรองการเกิด/ใบเกิด  เพราะเขาเจอคนแบบนี้  ทุกคนก็ต้องถอย

          (6)ครูซิ้มพยายามจะหาแนวทาง  นำครอบครัวพร้อมเด็กมาพบครู ที่มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก  เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2562   เมื่อเห็นเด็กกับแม่  ครูก็ร้องออทันทีเพราะได้เจอครอบครัวนี้ที่สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดนนทบุรี   จึงพูดคุยกันถึงเรื่อง ผลการตรวจ DNA เมื่อเดือนเมษายน 2562 พร้อมกับ ครูโทรประสานเจ้าหน้าที่สังคมสงเคราะห์  ขอผลตรวจ  เจ้าหน้าบอกว่าเป็นคดีค้ามนุษย์  ผลตรวจให้ไม่ได้    จนครูต้องบอกว่านำไปประกอบหลักฐานในการขอใบเกิดเด็กที่เทศบาลแห่งหนึ่ง    เพื่อให้เด็กได้เข้าเรียน.......

          -เจ้าหน้าทีบอกว่าอย่างนั้นให้พาครอบครัวเด็กมารับได้เลย  ครูซิ้มก็พาครอบครัวไปทันที  ได้ผลการตรวจ DNA เป็นเอกสารการถ่ายมา

          (7) เมื่อเอกสารพร้อม  ครูซิ้มก็พยานหาพยานบุคคลที่เห็นแม่กับลูกท้อง เป็นคนที่อยู่ใกล้ห้องเช่าที่ดอนเมืองพร้อม  นัดไปที่เทศบาลทันที่  เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2562

          -เมื่อไปถึงหัวหน้าให้นั่งคอยตั้งแต่เช้า  จนถึงเที่ยง  หัวหน้างานวุ่นวายทั้งครึ่งเช้า  ครูเราก็ใจเย็นนั่งคอย  กลับเข้ามาบ่ายสอง คำถามแรกทำไมยังไม่กลับไปอีก  ครูซิ้มตอบว่าหัวหน้านัด ก็ต้องรอ  มาแล้วทั้งพยานบุคคลที่หัวหน้าต้องการ  เอกสารพร้อม  ไม่ให้ไม่ได้เพราะท่านนัด เอกสารที่พร้อม คือ

          (1) หนังสือรับรองใบเกิดจากโรงพยาบาล

          (2) สมุดสีชมพูของเด็กหญิงพรรณี (ไม่มีนามสกุล)

          (3) เอกสารทางสถานสงเคราะห์เด็กอ่อนพญาไท เกี่ยวกับ ประวัติเด็ก,พัฒนาการของเด็กที่อยู่ในสถานสงเคราะห์  เอกสารการส่งตัวของสถานีตำรวจมายังสถานสงเคราะห์

          (4) สำเนาบันทึกประจำวัน สถานีตำรวจบางเขน

          (5) ผลการตรวจ DNAของแม่กับเด็ก (เป็นเอกสารที่ถ่ายมาจากตัวจริง)

          (6) พยานบุคคล จำนวน 2 คน  คนที่หนึ่ง เป็นน้องชายของพ่อเด็กที่พาแม่เด็กส่งไปโรงพยาบาลที่ทำคลอด เป็นชาวกัมพูชา   คนที่สอง พยานเป็นคนไทยที่เป็นเพื่อนบ้ายและอยู่ใกล้กับครอบครัวนี้เช่าบ้านอยู่ คนแม่ลูกที่ตั้งครรภ์ จนกระทั่งเอาเด็กมาเลี้ยงดูที่บ้านเช่า  เห็นแม่ให้นมลูก  เวลาออกไปขอทานก็เอาลูกไปด้วย  ให้นมไปด้วย  เห็นกับตา

          -หัวหน้านั่งอีก 1 ชั่วโมง  ถึงเห็นว่าทั้งครอบครัว พยาน ครู ยังนั่งอยู่  ได้เริ่มคุยกับพยาน กับน้องชายคนที่พาไปส่งโรงพยาบาล สรุปคือ เชื่อถือไม่ได้  เพราะไม่พยานคนอื่นรู้เห็น   สรุปความเป็นคนของทัศนคติข้าราชการคนนี้ คือคนเขาคนเราหรือ!!!!!!!!

          -ต่อมามาถามกับคุณป้าที่อุตส่าห์นั่งรอมาทั้งวัน  คำถามเอาคุณป้าหัวร้อนไปเลย  คุณป้าให้ข้อเท็จจริงครั้งนี้ เป็นการเข้าข้างคนต่างชาติที่เข้าเมืองผิดกฎหมาย  คุณป้ารู้ไหมว่าให้การเท็จคุณป้า ส่งเสริมให้คนเหล่านี้เข้าประเทศเพิ่มขึ้น    คุณป้าหันมาหาครูซิ้ม  ครูค่ะ ถ้าต้องการคำให้การจากป้าที่จะช่วยให้เด็กได้รับใบเกิด  ยินดีเป็นอย่างยิ่ง  

          -คุณป้าบอกว่า  อาการแบบนี้ ให้เงินสัก พัน-สองพัน จบ  ต้องอย่างก็พร้อมแล้วจะหาเอกสารพระแสงที่ไหนอีก  ข้าราชการแบบนี้ก็มีด้วย  ไม่สมเป็นคนของรัฐเลย

          -คุณป้าหันมาให้กำลังครูซิ้มสู้ต่อนะ  ให้เด็กได้ใบเกิด

          เป็นเหมือนเช่นเคย  ก็ยังไม่ได้ใบเกิด

          เป็นครูจิ๋ว.....ครูจิ๋วฟ้องศาลปกครอง   อยากเป็นกรณีตัวอย่าง

          จะไม่รอ....เพราะมันคือการทำลายโอกาสของเด็กทางการศึกษาไปอีก 1 ปี....