banner
234
อังคาร ที่ 5 เดือน มีนาคม พ.ศ.2562 แก้ไข admin

ครูครับ...ช่วยลูกเมียผมด้วย

 

 
 นางสาวทองพูล  บัวศรี

ผู้จัดการโครงการครูข้างถนน  มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก

           เสียงโทรศัพท์มือถือดังลั่นห้องทำงาน ถี่ๆ รัวๆ เป็นสิบครั้ง  ซึ่งครูเองกำลังค้นหาเอกสารอยู่ในห้องทำงาน   พอมาดูเบอร์โทรศัพท์ไม่คุ้นเลย   จะเป็นเบอร์กรณีศึกษาก็ไม่ใช่   จึงไม่รับเพราะช่วงนี้มีผู้ก่อกวนอยู่บ่อยๆ   เสียงก็ดังอีกครั้งจึงตัดสินรับ

          เสียงที่ดังมาเป็นเสียงผู้ชาย   พูดเพียงว่าช่วยเมียผมด้วย  ผมคิดถึงลูก  อยากเป็นหน้าลูก  ผมเป็นสามีใหม่ของ นางที มด (นามสมมุติ)   ครูเคยช่วยเหลือ นางที มด  เขาเคยเล่าให้ผมฟัง

          ครูครับ ช่วยลูกเมียผมที   ผมไม่ได้เห็นหน้าลูกผมมาเกือบจะสองปีแล้วครับ  คิดถึงลูกมากครับ

          ครูจึงให้เล่ารายละเอียดมาก  อย่างละเอียดนะ  มีเอกสารอะไรยืนยันว่าเธอคือสามีใหม่ของ นางที มด  ชาวกัมพูชาหลายคนที่รู้จักครูยืนยันได้ครับ  และผมก็ได้เบอร์ครูมาจาก แม่ดา (นามสมมุติ)เคยที่ครูช่วยเหลือตามหาลูกของเขา

          แต่ครั้งนี้ครูช่วยตามหาลูกกับเมีย...ให้ผมด้วย

          ครูจึงโทรไปหาครอบครัวที่รู้จัก  ให้เล่าถึงสามีใหม่ของ นางที มด

          จึงรู้ว่า สามีใหม่เป็นคนพิการ  ที่มาเช่าบ้านในชุมชนบ่อนไก่  หารายได้ขอทานเป็นหลัก  โดยใช้ความพิการ  ขายความน่าสงสาร  บังเอิญกับนางที มด หนีสามีเก่าที่มีลูกด้วยกัน 5 คน หอบหิ้วลูกมาจากกัมพูชา  โซซัด โซเซ  ไม่มีที่พึ่ง


          พอนาย ยศ (นามสมมุติ) ให้ที่พักพิง เลยกลายเป็นสามีใหม่ทันที  ที่ต้องเลี้ยงติดกับมีลูกใหม่อีก 1 คน   สามใหม่เลี้ยงด้วยความรุนแรง เมื่อกินเหล้าเข้าไปเมื่อไร การเตะด้วยขาข้างเดียวก็เกิดขึ้นทันทีด้วยความหึงหวง  เพราะกลัวว่าเมียจะพาลูกกลับไปอยู่กับสามีเก่า

          แต่นายยศรักลูกที่เกิดมาใหม่มาก  รักมาก  เงินมีเท่าไร  ซื้ออาหารการกินให้ลูกเป็นอย่างดี  ถึงขั้นกักเมียไว้ในห้องพัก  สั่งประกาศทุกคนห้ามยุ่งเด็ดขาด   เขาจะเป็นหาเลี้ยงเอง

          แต่ทุกคนก็หวงลูกคนอื่นๆของนางที มด จะอดตาย  เด็กเดินมาหาแม่ทั่วชุมชน  ทุกคนกลัวว่า นางทีมด จะช้ำในตายเสียก่อน   เสียงดุด่า ว่ากล่าวจะมาจากนายยศ  อย่างสม่ำเสมอ

          จนหนีพาลูกทั้งสองที่เป็นผู้หญิง  ออกมาจากนอกชุมชน  มาที่พื้นที่สยาม

          ตำรวจจับ เมื่อเดือนกันยายน 2560 ในข้อกล่าวหา “ค้ามนุษย์”  โดยการนำเด็กมาขอทานโดยฝ่าฝืนกฎหมาย และบังคับ ขู่เข็ญ ชักจูง ส่งเสริม ยินยอม หรือกระทำด้วยประการใดให้เด็กไปเป็นขอทาน เด็กเร่ร่อน หรือใช้เด็กเป็นเครื่องมือในการขอทานหรือกระทำผิด หรือกระทำด้วยประการใดอันเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากเด็ก  (ได้เอกสารเป็นทางการช่วงที่พบ นางที มด แต่เอกสารอัยการสั่งไม่ฟ้อง ดำเนินการติดต่อเจ้าของคดี  แต่เจ้าของคดีทำหาย  กำลังให้นายสำราญ อรุณธาดา  จากมูลนิธิส่งเสริมการพัฒนา  ติดตามให้ )

          เมียผมเข้าเรือนจำ  ลูกคนเล็ก เด็กหญิงนนทนี(นามสมุติ) อายุ 1 ปี 7 เดือน  ถูกพรากจากแม่ไปอยู่ ที่สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนพญาไท   ส่วนลูกติดแม่ เด็กหญิง ตา(นามสมมุติ)  อายุ 10 ปี ถูกส่งไปยังสถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพ บ้านเกร็ดตระการ


          ผมไปเยี่ยมลูก  แต่เจ้าหน้าที่สังคมสงเคราะห์ให้ผมแค่ฝากเสื้อผ้า นม/ขนมไว้เท่านั้น   แต่เมียไม่เคยไปเยี่ยมเลย  ด้วยเหตุผมไม่มีเอกสารใดๆเลย   แต่เป็นเป็นหวงเขามาก ผมรักลูกกับเมียมาก

          รายการนี้เอาครูเครียดมาก  โทรทุกอาทิตย์  แต่ข้อมูลอย่างเป็นเรื่อง เป็นราว ไม่มี  การตามหาว่าถูกส่งไปที่ไหน  มันยากมาก

          จนครูได้พบกรณีศึกษา (นางนา) พร้อมลูก  เพิ่งจะออกมาจากสถานสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่งนนทบุรี  มาเล่าให้ฟัง พร้อมกับพูดถึงนางที มด  มันอยากพบครูมาก

          เมื่อมีข้อมูลที่ยืนยันได้ว่า  นางที มด อยู่ที่บ้านคนไร้ที่พึงนนทบุรี  จึงขอไปเยี่ยม

          ได้เจอกับนางที มด  นางที มด ลงไปกราบที่เท้าครู พร้อมบอกว่าครูช่วยฉันกับลูกด้วย  จึงได้มีโอกาสเล่าให้ฟังอย่างชัดเจน ทีละขั้นตอน   ครูคะ ฉันอยู่ทั้งในเรือนจำ และสถานคนไร้ที่พึ่งกว่า 2 ปีแล้ว  ครูช่วยฉันด้วย ช่วยลูกฉันด้วย...

          ครูคะ  ฉันหนีสามีใหม่ของฉันเอง  มันรักฉันมากกับลูกคนเล็กเจ้านนทีมากๆเลย  แต่มันหวงฉันไปหมด  ออกไปไหนก็ไม่ได้  มันให้ฉันกับลูกคนเล็กกินดี อยู่ดี  แต่ลูกคนอื่นฉันอีกสามคน  มันบังคับฉันให้ไปส่งพ่อเก่าให้หมด


          มันเอาแค่ ลูกคนเล็กกับฉัน

          ฉันเลยเอาลูกคนเล็ก กับเจ้าตามาด้วย

          วันที่เกิดเหตุ  เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2560  ฉันพาลูกออกมาจากห้อง มาที่ประตูน้ำ  ฉันนั่งอยู่กับลูกหน้าบิ๊กซีราชประสงค์   กำลังจะโทรหาครู  ขอความช่วยเหลือเงินเดินทางกลับประเทศ  ยังไม่ได้โทรเลย ถูกจับว่าพาลูกมาขอทาน

          ตำรวจ สน.  เขาพรากลูกฉันส่งหน่วยงานทันที  แต่สำหรับตัวฉันส่งเข้าเรือนจำ  ฉันอยู่ในเรือนทัณฑ์สถานหญิงกลาง  เป็นเวลา 84 วัน  จนถึงเดือนเมษายน 2561

          ครูตำรวจส่งฉันเข้าสถานสงเคราะห์คนไร้ที่พึงนนทบุรี มานานมาก  ครั้งนี้เปลี่ยนหัวหาใหม่ค่ะ ครู  เดี๋ยวหนูวิ่งไปเอาเอกสารให้ครูนะ

          ครูเห็นเอกสารแล้ว ตกใจ  แบบเดียวกับนางเกีย นอม(นามสมมุติ) เลย  ในใจคิดว่า ตำรวจเขาไม่มีใจเห็นใจกันเลยใช่ไหม  หรือสิทธิมนุษยชนในใจไม่มีเลย  ตำรวจคนเดียวกับที่เป็นคดีของนางเกีย นอม   ทำงานได้ชอบธรรมจริงๆๆเลย เป็นพรากครอบครัวของเขาด้วยตัวกฎหมายที่มีอำนาจถืออยู่  เขาไม่ได้คิดถึงความเป็นคน  ของคนต่างด้าวเลยใช่ไหม.....!!!!!...


          ทางตำรวจให้ฐานความผิดใหม่ กับนางที แล้วเปลี่ยนหมายเลขคดี ไปขึ้นฝ่าย ศาลแขวง 3 (ดุสิต)  ฐานความผิด  “เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านช่องทาง ด่านตรวจคนเข้าเมืองเขตท่า สถานีหรือท้องที่ตามที่รัฐมนตรีประกาศเป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ยื่นรายการตามแบบที่กำหนด และไม่ผ่านการตรวจอนุญาตของพนักงานเจ้าหน้าที เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต  โดยการนำเด็กมาขอทานโดยฝ่าฝืนกฎหมาย และบังคับ ขู่เข็ญ ชักจูง ส่งเสริม ยินยอม หรือกระทำด้วยประการใดให้เด็กไปเป็นขอทาน เด็กเร่ร่อน หรือใช้เด็กเป็นเครื่องมือในการขอทานหรือกระทำผิด หรือกระทำด้วยประการใดอันเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากเด็ก”

          แต่ยังมีคำขอท้ายคำฟ้องอาญา การที่จำเลยได้กระทำตามข้อความที่กล่าวมาในคำฟ้องนั้น  ข้าพเจ้าถือว่าเป็นความผิดต่อกฎหมายและบทมาตราดังนี้ คือ  พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง มาตรา 4,5,6,11,12,18,62,และ 81  พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 มาตรา 4,26(5),78   พระราชบัญญัติควบคุมการขอทาน พ.ศ.2559 มาตรา 13,19   ประมวลกฎหมายอาญา 33,91  พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา(ฉบับที่ 6)พ.ศ. 2526 มาตรา 4

            เห็นเอกสารการฟ้องแล้วจะเป็นลม

          นางที มดเล่าต่อว่า ครูหลังจากฉันเองยังไม่ได้พบลูกคนโตเลย เด็กหญิงตา   ครูคะถ้าน้องตา ออกมาแล้ว ครูเอาไปเรียนหนังสือด้วยนะคะ  หนูกราบแหละครู  หนูอยากให้มันอ่าน ออก เขียนได้บ้าง  ครูลูกหนูหน่อยนะ...

          นางที มด   เล่าอีกว่า  เมื่อต้นปี 2562 ตำรวจมาถามหาว่าใครเป็นแม่เด็ก  มีเด็กเร่ร่อนเป็นผู้ชายอายุ 9 ปี เดินเร่ร่อนแล้วร้องหาแม่ที่ถนนสุขุมวิท 4  ครูมันลูกฉัน ที่ฉันเอาไปให้พ่อของมันเลี้ยง  แต่บอกว่าไม่ได้ส่งเงิน  ไม่มีอะไรจะกิน  จึงพามาหาแม่ 


          เมื่อหาแม่ไม่เจอ ก็ปล่อยให้ลูกเร่ร่อนอยู่ที่ถนนสุขุมวิท จน คนบนถนนพามาหาตำรวจ  แล้วมีคนหนึ่งบอกว่าแม่เด็กอยู่ที่สถานสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่งมากกว่า 2 ปี  ตำรวจจึงส่งมาที่นี้

          เจ้าหรั่งจึงได้อยู่กับ ฉัน  แต่สองอีกคนกระบวนการยังไม่เสร็จเลย  รอลูกทั้งสองคนกลับบ้านที่กัมพูชา   ฉันกับเจ้าหรั่งเพิ่งจะ ตรวจ DNA กัน

          ครูทำไมชีวิตฉันจึงโชคร้ายแบบนี้   เห็นพี่เกีย นอม ตอนนั้นก็คิดว่าจะไม่มาเจอกับตัวเอง  มาเจอครั้งนี้ ฉันห่วงลูกมาก

          ครูช่วยครอบครัวฉันด้วย   เจ้าตาครูเอาไปเรียนด้วยนะ  ถ้าทุกอย่างเรียบร้อย

          งานครูข้างถนน  ในการทำงานปัจจุบันซับซ้อนมาก  ต้องใช้ทั้งความรู้ การเรียนรู้ การรอคอย การทำความเข้าใจกับทุกหน่วยงาน

          ช่วยได้แน่....แต่รอหน่อยนะ...โดยเฉพาะศาล  พวกเราบังคับท่านไม่ได้....